<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[ข่าวสารประชาสัมพันธ์ทั่วไป]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/index/id/9</link>
<atom:link href="https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/index/id/9" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสงขลา ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ ส่งมอบบ้านกาชาดแห่งความสุข ช่วยเหลือผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ตำบลน้ำน้อย]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540208</link>
<guid isPermaLink="false">caecede9cbc4c4784b103f2f2e9e0dae</guid>
<pubDate>Wed, 09 Sep 2026 14:41:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>จังหวัดสงขลา ร่วมกับเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ ส่งมอบบ้านกาชาดแห่งความสุข ช่วยเหลือผู้ยากไร้และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ตำบลน้ำน้อย</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;วันนี้ (9 กันยายน 2569) เวลา 13.30 น. จังหวัดสงขลาร่วมกับสำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา และอำเภอหาดใหญ่ จัดพิธีส่งมอบบ้านตามโครงการบ้านกาชาดแห่งความสุข The Red Cross House of Happiness ประจำปีงบประมาณ 2569 ให้แก่ นายสมัย บุญมี ณ บ้านเลขที่ 90/2 หมู่ที่ 9 ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โอกาสนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;โอกาสนี้ นางนงคราญ ธรรมเพชร รองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา นายเอกชัย แก้วรัตนะ นายอำเภอหาดใหญ่ นางนิภาภัทร์ แก้วรัตนะ กรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา ชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับการดำเนินโครงการดังกล่าว อำเภอหาดใหญ่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น โดยบ้านของนายสมัย บุญมี เป็นหนึ่งในบ้านที่ได้รับการช่วยเหลือตามโครงการฯ ในครั้งนี้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาได้จัดทำโครงการบ้านกาชาดแห่งความสุข ประจำปีงบประมาณ 2569 เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญในการดำรงชีวิต สำหรับผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดสงขลา กำหนดดำเนินการในทุกอำเภอ อำเภอละ 1 หลัง รวม 16 หลัง สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างหลังละ 150,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,400,000 บาท เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง แข็งแรง และปลอดภัย ตลอดจนมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยมีสภากาชาดไทยและเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลาเป็นกลไกสำคัญในการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้าน นายสมัย บุญมี หรือ &ldquo;ลุงนาย&rdquo; ผู้ได้รับมอบบ้าน กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่ได้รับความเมตตาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และขอบคุณเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา และทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะมีโอกาสได้รับสิ่งดี ๆ แบบนี้ ได้เห็นทุกหน่วยงานเข้ามาช่วยกัน รู้สึกซาบซึ้งและขอบคุณจากใจจริง ๆ ที่ผ่านมาตนก็ตั้งใจทำความดีและอยากช่วยเหลือสังคมมาตลอด ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะได้รับความช่วยเหลือกลับมาแบบนี้<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ลุงนาย กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาเข้าใจความลำบากของผู้ยากไร้และผู้ที่ประสบความเดือดร้อนเป็นอย่างดี เพราะตัวเองก็เคยผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาเช่นกัน จึงรู้สึกซาบซึ้งที่หน่วยงานภาครัฐและทุกภาคส่วนมองเห็นความสำคัญของประชาชนที่มีความเดือดร้อน</span></span><br />
<br />
&nbsp;</p>

<p style="text-align: right;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><br />
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/202609097c42d3f3ccb46e965364510ec2b64901145127.JPG' type='image/jpg' length='532103' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสงขลา ร่วมกับ สสส. และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด ชุมชน และอดีตผู้ผ่านการบำบัด มุ่งเสริมทักษะดูแลผู้ใช้ยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชน]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/540075</link>
<guid isPermaLink="false">fd4476266ae56cf74862da2530f7c8eb</guid>
<pubDate>Wed, 09 Sep 2026 10:12:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span><strong><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">จังหวัดสงขลา ร่วมกับ สสส. และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ จัดอบรมพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด ชุมชน และอดีตผู้ผ่านการบำบัด มุ่งเสริมทักษะดูแลผู้ใช้ยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชน</span></span></strong><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; วันที่&nbsp;9 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงแรมคริสตัล หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้บำบัด ชุมชน และอดีตผู้ผ่านการบำบัด เพื่อเสริมสร้างความรู้และทักษะในการดูแลผู้ใช้ยาเสพติดอย่างต่อเนื่องในชุมชน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9&ndash;10 กันยายน 2569 โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก ร่วมกับมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ มีกลุ่มเป้าหมายจาก 6 อำเภอในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย จะนะ เทพา บางกล่ำ และกระแสสินธุ์ โดยมีผู้เข้าร่วมจากระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และชุมชน รวมกว่า 50 คน</span></span><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; การจัดอบรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเสริมความเข้มแข็งของกลไกระดับจังหวัดในการขับเคลื่อนการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Treatment and Care: CBTx) ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนพัฒนาและขับเคลื่อนรูปแบบการฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชนตามแนวทาง CBTx โดยมุ่งเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและเครือข่ายในระดับจังหวัดและอำเภอ ให้สามารถดูแล ติดตาม และสนับสนุนผู้ผ่านการบำบัดได้อย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันการกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำ นอกจากนี้ ยังมุ่งพัฒนาระบบการสื่อสาร การประสานงาน และแนวทางการปฏิบัติร่วมในระดับจังหวัด เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถดำเนินงานด้านการบำบัด ฟื้นฟู และติดตามดูแลผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชนภายใต้กรอบการดำเนินงานเดียวกันอย่างเป็นระบบ</span></span><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; สำหรับกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย กิจกรรม Team Building &amp; Empowerment เพื่อพัฒนาทักษะภาวะผู้นำและการเป็นผู้นำกระบวนการสำหรับผู้ปฏิบัติงานด้านการดูแล บำบัด และฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติด การฝึกปฏิบัติโปรแกรม MindMat พร้อมทำความเข้าใจรายละเอียดและเตรียมความพร้อมสำหรับการฝึกปฏิบัติเป็นนักบำบัดตามโปรแกรม MindMat รวมถึงเวทีนำเสนอแผนปฏิบัติการระดับอำเภอ &ldquo;จากแนวคิดสู่การขับเคลื่อนในพื้นที่&rdquo;</span></span><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ปัญหายาเสพติดยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัย คุณภาพชีวิตของประชาชน ตลอดจนความสงบเรียบร้อยของสังคม จังหวัดสงขลาในฐานะจังหวัดสำคัญของภาคใต้ ซึ่งมีทั้งพื้นที่เขตเมือง พื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ชายแดน จึงจำเป็นต้องเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยจังหวัดสงขลาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม การบำบัดรักษา และการฟื้นฟู โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคสาธารณสุข องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาชน</span></span><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; &ldquo;สิ่งสำคัญที่เราต้องตระหนัก คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติดจะไม่สามารถประสบความสำเร็จได้ด้วยการปราบปรามเพียงอย่างเดียว ผู้ใช้ยาเสพติดที่ต้องการความช่วยเหลือจำเป็นต้องได้รับการบำบัด ฟื้นฟู และติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถกลับคืนสู่ครอบครัว ชุมชน และสังคมได้อย่างมีคุณภาพ&rdquo;</span></span><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; &nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า การอบรมในครั้งนี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรผู้บำบัด ภาคีเครือข่ายชุมชน และอดีตผู้ผ่านการบำบัด ซึ่งล้วนเป็นกลไกสำคัญในการดูแลและช่วยเหลือผู้ใช้ยาเสพติดในระดับพื้นที่ โดยเฉพาะแนวคิดการบำบัดและดูแลโดยชุมชนมีส่วนร่วม หรือ CBTx ที่จะช่วยให้การดูแลผู้ป่วยไม่สิ้นสุดเพียงในสถานบำบัด แต่สามารถดำเนินการต่อเนื่องไปยังครอบครัวและชุมชน อันจะนำไปสู่การลดโอกาสกลับไปใช้ยาเสพติดซ้ำได้อย่างยั่งยืน</span></span><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; ทั้งนี้ การอบรมดังกล่าวถือเป็นก้าวสำคัญในการผนึกกำลังจาก 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มบุคลากรผู้บำบัด ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะวิชาชีพและความเข้าใจในบริบทที่เปลี่ยนแปลง เพื่อทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงและให้การดูแลผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และกลุ่มภาคีเครือข่ายชุมชนและอดีตผู้ผ่านการบำบัด ซึ่งถือเป็นกลไกภาคประชาชนที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานในพื้นที่ โดยการที่อดีตผู้ผ่านการบำบัดเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลและช่วยเหลือผู้อื่น สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการให้โอกาส การสร้างความเชื่อมั่นในตนเอง และการร่วมกันสร้างชุมชนที่เข้มแข็งในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน</span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/20260909e77effe5f30671e0030d623c74df1d11101411.jpeg' type='image/jpg' length='469102' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ผู้ตรวจการแผ่นดิน จับมือจังหวัดสงขลา หารือแนวทางเสริมสร้างและพัฒนากลไกกองทุนสนับสนุนการศึกษาแบบบูรณาการ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและดูแลเด็กหลุดจากระบบ]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/539921</link>
<guid isPermaLink="false">280db67c8c22d0899087de68523b3d6f</guid>
<pubDate>Tue, 08 Sep 2026 12:37:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>ผู้ตรวจการแผ่นดิน จับมือจังหวัดสงขลา หารือแนวทางเสริมสร้างและพัฒนากลไกกองทุนสนับสนุนการศึกษาแบบบูรณาการ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและดูแลเด็กหลุดจากระบบ</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;วันนี้ (8 กันยายน 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง &ldquo;การเสริมสร้างและพัฒนากลไกกองทุนสนับสนุนการศึกษาแห่งชาติแบบบูรณาการ (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.))&rdquo; โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ดร.ชนภรณ์ อือตระกูล ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในพื้นที่<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรับฟังข้อมูลและข้อคิดเห็นจากหน่วยงานในพื้นที่ ตลอดจนรวบรวมข้อเสนอแนะสำหรับนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางเสริมสร้างและพัฒนากลไกการสนับสนุนทางการศึกษาของ กยศ. และ กสศ. ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ ภารกิจ ปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการและข้อเสนอแนะของ กยศ. และ กสศ. รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณา โดยพบประเด็นสำคัญหลายด้าน<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหมวด 5 ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกำหนดหน้าที่ของรัฐไว้ 12 ด้าน ครอบคลุมการจัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน โดยผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ตรวจสอบว่ารัฐสามารถดำเนินการและจัดบริการสาธารณะตามหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพหรือไม่ การตรวจสอบไม่ได้มุ่งหมายที่จะชี้ว่าหน่วยงานใดผิดหรือถูก แต่เป็นการพิจารณาว่าการจัดบริการสาธารณะในด้านต่าง ๆ ยังมีปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดประการใด เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะและรายงานต่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้รับทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับการตรวจสอบการดำเนินงานของ กยศ. และ กสศ. มีที่มาจากสองประการสำคัญ ประการแรก คือ มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานของทั้งสองกองทุนเข้ามายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ กยศ. ซึ่งสะท้อนว่าผู้เรียนบางส่วนอาจประสบปัญหาจากการให้บริการหรืออาจยังไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างเพียงพอ ประการที่สอง คือ การตรวจสอบการจัดบริการด้านการศึกษา ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 54 โดยรัฐมีหน้าที่จัดให้มีกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยกฎหมายจัดตั้งกองทุนต้องกำหนดให้มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่าอีก ทั้ง กสศ. และ กยศ. เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญและเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ โดย กสศ. ไม่ได้มีภารกิจเพียงการสนับสนุนทุนการศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการเสริมสร้างคุณภาพการศึกษา และช่วยให้เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่ระบบ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1 ล้านคนทั่วประเทศ พร้อมทั้งต้องให้เด็กสามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ภายหลังลงพื้นที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะเชิญคณะกรรมการและผู้บริหารของทั้งสองกองทุนมาร่วมหารือเพิ่มเติม เพื่อรับฟังข้อมูล ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการลงพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมสร้างและพัฒนากลไกของทั้งสองกองทุนให้สามารถสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในส่วนของจังหวัดสงขลา พบข้อจำกัดเรื่องฐานข้อมูล กยศ. ที่ไม่มีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเป็นระบบ เนื่องจากการสมัครและการให้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการโดยนักเรียนกับ กยศ. โดยตรง ทำให้จังหวัดไม่สามารถติดตาม ตรวจสอบ หรือให้ความช่วยเหลือผู้กู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลเบื้องต้นระหว่าง กยศ. กับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้จังหวัด อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามและให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหาได้อย่างเหมาะสม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ระดับโรงเรียน และไม่ได้เชื่อมโยงผ่านสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือหน่วยงานในระดับเขตพื้นที่ ทำให้จังหวัดขาดข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมถึงไม่สามารถทราบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการคัดกรอง การยื่นขอรับทุน และการติดตามนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้ง ยังพบข้อจำกัดด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระดับการศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนที่กู้ กยศ. ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่างพื้นที่ เมื่อจบการศึกษาหรือออกจากระบบแล้ว จังหวัดไม่สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการชำระคืนเงินกู้หรือสถานะของผู้กู้ได้ เนื่องจากยังไม่มีแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง จึงเห็นว่าการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางและกลไกการบูรณาการระหว่างหน่วยงานจะเป็นส่วนสำคัญในการติดตาม ดูแล และช่วยเหลือนักเรียนและผู้กู้ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ ตลอดจนสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของกองทุนทั้งสองแห่งในระดับพื้นที่ พร้อมเสนอแนะแนวทางการพัฒนากลไกการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้สามารถติดตาม ดูแล และให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง</span></span><br />
&nbsp;</p>

<p style="text-align: right;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><br />
<br />
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/202609088e271f7dec43bf73de52761c59d0b5c1155934.JPG' type='image/jpg' length='363551' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[กรมการพัฒนาชุมชน ปักหมุดจังหวัดสงขลา เปิดเวทีประกวด “นักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่” (Young Designer 2026) ระดับภาคใต้ สานต่อแนวพระดำริฯ ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย สู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และเวทีระดับประเทศ]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/539767</link>
<guid isPermaLink="false">38d950f3edaabee5893860537f904a23</guid>
<pubDate>Tue, 08 Sep 2026 12:29:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>กรมการพัฒนาชุมชน ปักหมุดจังหวัดสงขลา เปิดเวทีประกวด &ldquo;นักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่&rdquo; (Young Designer 2026) ระดับภาคใต้ สานต่อแนวพระดำริฯ ต่อยอดภูมิปัญญาผ้าไทย สู่การสร้างงาน สร้างรายได้ และเวทีระดับประเทศ</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;วันนี้ (8 กันยายน 2569) เวลา 09.00 น. ที่ห้องรัศมีแกรนด์ ชั้น 2 โรงแรมต้นอ้อยแกรนด์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานในพิธีเปิดการประกวดนักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2569 (Young Designer 2026) ระดับภูมิภาค ภาคใต้ ประจำปี 2569 โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นางอรจิรา ศิริมงคล ประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน นางณัฏฐิรา กระแสร์สาร ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสงขลา คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญด้านผ้าไทย คณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชน และผู้แทนส่วนราชการ เข้าร่วม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;กรมการพัฒนาชุมชนขับเคลื่อนโครงการ &ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&rdquo; ตามแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563 เพื่อส่งเสริมผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย ก้าวสู่สากล และสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ช่างทอผ้า ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และครอบครัวในชุมชนอย่างยั่งยืน สำหรับปีงบประมาณ 2569 กรมการพัฒนาชุมชนได้จัดโครงการ &ldquo;นักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2569 (Young Designer 2026)&rdquo; เพื่อพัฒนาผู้ผลิตและผู้ประกอบการ OTOP ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายให้ก้าวสู่การเป็นนักออกแบบผ้าไทย เพิ่มช่องทางการตลาด ตลอดจนประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการใช้และสวมใส่ผ้าไทยให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน &ndash; 9 สิงหาคม 2569 มีผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วน 652 ราย และผ่านการประกวดรอบคัดเลือกจำนวน 88 ราย เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ก่อนเข้าสู่การประกวดระดับภูมิภาคใน 4 ภูมิภาค<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในส่วนของภาคใต้ มีผู้สมัครเข้าประกวดทั้งสิ้น 85 ราย และผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบระดับภาค จำนวน 15 ราย ซึ่งจะร่วมประชันผลงานในเวทีวันนี้ เพื่อคัดเลือกเข้าสู่การแข่งขันในระดับประเทศต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ทั้งภาคราชการ ภาคเอกชน ภาควิชาการ ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อมวลชน ในการขับเคลื่อนและสนับสนุนโครงการ &ldquo;ผ้าไทยใส่ให้สนุก&rdquo; โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในพื้นที่ที่มีบทบาทในการสนับสนุนองค์ความรู้และพัฒนาคนรุ่นใหม่สู่การเป็นนักออกแบบ โครงการดังกล่าวเป็นการต่อยอดคุณค่าภูมิปัญญาไทยผ่านการออกแบบสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะผ้าไทยจังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเรื่องราววิถีชีวิต ความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และความงดงามทางศิลปะ ผ่านความประณีตและเทคนิคการผลิตที่ผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมเข้ากับแนวคิดร่วมสมัย เพื่อสร้างคุณค่าและมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ผ้าไทย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้าน นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ยังคงมุ่งสานต่อแนวพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ในการนำผ้าไทยมาต่อยอดให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้แก่ประชาชน โดยการประกวดระดับภาคในจังหวัดสงขลาถือเป็นเวทีสุดท้าย ก่อนเข้าสู่การประกวดในระดับประเทศ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าวเสริมว่า ผู้เข้าประกวดทุกคนได้ผ่านการคัดกรองมาแล้วในระดับหนึ่ง และการประกวดระดับภาคจะพิจารณาผลงานอย่างเข้มข้น โดยไม่มีการกำหนดจำนวนผู้ผ่านเข้ารอบตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับคุณภาพและดุลพินิจของคณะกรรมการ ทั้งนี้ ผู้เข้าประกวดภาคใต้จะต้องแข่งขันกับมาตรฐานของผู้ผ่านการคัดเลือกจากภูมิภาคอื่น ๆ ที่ได้ดำเนินการประกวดมาแล้ว<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;&ldquo;สิ่งสำคัญที่กรมการพัฒนาชุมชนต้องการเห็น คือ การนำแนวพระดำริมาขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้แก่พี่น้องประชาชน ผลงานที่ส่งเข้าประกวดนอกจากต้องมีคุณภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ และสอดคล้องกับเทรนด์แฟชั่นแล้ว ยังต้องสามารถนำไปใช้ได้จริงและขายได้ โดยคำนึงถึงกลุ่มลูกค้าและความต้องการของผู้สวมใส่ เพื่อให้ผ้าไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายช่วงวัย และนำไปสู่การสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างแท้จริง&rdquo; อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าว<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับการประกวด &ldquo;นักออกแบบผ้าไทยใส่ให้สนุกรุ่นใหม่ 2569 (Young Designer 2026)&rdquo; ระดับภูมิภาค ภาคใต้ ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญในการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้นำองค์ความรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น และความคิดสร้างสรรค์ มาพัฒนาผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย ตอบโจทย์ตลาด และเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ชุมชน ก่อนก้าวสู่เวทีระดับประเทศต่อไป</span></span></p>

<p style="text-align: right;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><br />
<br />
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/2026090891045e61d93b86d1c3c728eca5c4ba34123236.JPG' type='image/jpg' length='498565' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า เดินหน้าผลักดันมาตรการป้องกันการแทรกแซงนโยบายจากอุตสาหกรรมยาสูบ ปักหมุด “สงขลา” จังหวัดนำร่อง ยกระดับเป็นวาระจังหวัด]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/539518</link>
<guid isPermaLink="false">65e494ecd487ccfa2347ade2771e7738</guid>
<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 16:33:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงพื้นที่สงขลา รับฟังปัญหาปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า เดินหน้าผลักดันมาตรการป้องกันการแทรกแซงนโยบายจากอุตสาหกรรมยาสูบ ปักหมุด &ldquo;สงขลา&rdquo; จังหวัดนำร่อง ยกระดับเป็นวาระจังหวัด</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; วันนี้ (7 กันยายน 2569) เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายทรงศัก&nbsp;สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมรับฟังข้อคิดเห็นเกี่ยวกับ &ldquo;ปัญหาการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าและการผลักดันมาตรการป้องกันการแทรกแซงนโยบายจากอุตสาหกรรมยาสูบ&rdquo; โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา สถานีตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ด่านศุลกากรสงขลา สำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา เข้าร่วม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; นายทรงศัก&nbsp;สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเด็กและเยาวชน ผู้ตรวจการแผ่นดินจึงให้ความสำคัญกับการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานรัฐตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหน้าที่ด้านการบังคับใช้กฎหมาย การศึกษา สาธารณสุข และการคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐตามหมวด 5 ของรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ตรวจสอบว่าหน่วยงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวอย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยประเด็นบุหรี่ไฟฟ้าพบว่ายังมีช่องว่างในการบังคับใช้กฎหมาย ส่งผลให้การแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งนอกจากส่งผลต่อสุขภาพแล้ว ยังอาจนำไปสู่ปัญหายาเสพติดและปัญหาสังคมในระยะยาว<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ผ่านมา ผู้ตรวจการแผ่นดินได้รวบรวมข้อมูลจากหน่วยงาน ผู้เชี่ยวชาญ และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงลงพื้นที่จังหวัดชายแดน เพื่อรับฟังข้อเท็จจริง ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ โดยมุ่งพิจารณาปัญหาในหลายมิติ ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย การสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน การปรับปรุงกฎหมาย และการป้องกันการแทรกแซงนโยบายจากผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมยาสูบ เพื่อรวบรวมเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า เนื่องจากพบการแพร่ระบาดในกลุ่มเด็กและเยาวชน โดยมีปัจจัยสำคัญจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่เป็นอันตรายและสามารถใช้ได้อย่างถูกกฎหมาย ประกอบกับรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่มีสีสัน กลิ่นและรสชาติหลากหลาย รวมถึงการจำหน่ายผ่านสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่าย<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; นอกจากนี้ จังหวัดสงขลามีพื้นที่ติดกับประเทศมาเลเซีย ทำให้มีความเสี่ยงต่อการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้าตามช่องทางธรรมชาติและพื้นที่ชายแดน โดยในช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมและตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินคดีรวม 55 คดี และพบคดีสำคัญในพื้นที่อำเภอสะเดา ซึ่งสามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าได้เป็นจำนวนมาก คิดเป็นมูลค่าความเสียหายประมาณ 2.5 ล้านบาท โดยจังหวัดได้ดำเนินมาตรการทั้งด้านการป้องกันและปราบปรามควบคู่กัน โดยด้านการป้องกัน มีการรณรงค์สร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงในสถานศึกษา ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสการจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ส่วนด้านการปราบปราม ได้เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งจุดตรวจ การสืบสวนหาข่าว การสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าตามแนวชายแดน รวมถึงตรวจสอบร้านค้า ร้านค้าในชุมชน และบริษัทขนส่งเอกชน โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบสถานศึกษา เพื่อดำเนินการกับผู้ลักลอบจำหน่ายและนำเข้าอย่างจริงจัง<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ด้าน นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา กล่าวว่า กรมการปกครองได้กำชับให้จังหวัดและอำเภอใช้กลไกชุดปฏิบัติการพิเศษในการจัดระเบียบสังคมและปราบปรามการกระทำผิด โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตั้งจุดตรวจในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะแนวชายแดน เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า พร้อมกำชับให้ดำเนินการทางวินัยกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการครอบครองหรือเสพบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้ หากชุดปฏิบัติการพิเศษได้รับความรู้ด้านกฎหมายเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าเพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามได้มากยิ่งขึ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; จากนั้นที่ประชุมได้รับฟังข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงบทบาท ภารกิจ และการดำเนินงานในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นต่อเด็กและเยาวชน โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสงขลา เขต 1 รายงานว่าได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยบูรณาการในการจัดการเรียนการสอนและสร้างความตระหนักถึงโทษและพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งติดตามเด็กกลุ่มเสี่ยงและประสานผู้ปกครอง ตลอดจนเฝ้าระวังร้านค้ารอบสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม ยังพบข้อจำกัดจากการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ และปัญหาสภาพแวดล้อมในครอบครัวและชุมชน ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไข<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ขณะที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสงขลา สตูล ได้ดำเนินมาตรการป้องกัน ดูแล และช่วยเหลือนักเรียนอย่างต่อเนื่อง พร้อมขับเคลื่อนโรงเรียนต้นแบบการไม่สูบบุหรี่ ปัจจุบันมีโรงเรียนต้นแบบ 4 แห่ง และมีแผนขยายผลโรงเรียนต้นแบบให้ครอบคลุมสถานศึกษาหลากหลายสังกัด โดยเน้นการสร้างพื้นที่ปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญคือการควบคุมพฤติกรรมของนักเรียนนอกสถานศึกษา จึงจำเป็นต้องบูรณาการความร่วมมือกับครอบครัวและชุมชน สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา ในฐานะหน่วยประสานและรวบรวมข้อมูลของสถานศึกษาทุกสังกัดในจังหวัด ซึ่งมีสถานศึกษาประมาณ 696 แห่ง ได้ดำเนินการสร้างการรับรู้แก่เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ผู้ปกครอง และประชาชน เกี่ยวกับโทษ พิษภัย และผลกระทบจากบุหรี่ไฟฟ้า ผ่านการประสานงานกับหน่วยงานการศึกษาและการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่าง ๆ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ด้านสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 รายงานว่า ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา มีการจับกุมบุหรี่ต่างประเทศมูลค่าประมาณ 90 ล้านบาท และบุหรี่ไฟฟ้ามูลค่าประมาณ 30 ล้านบาท โดยพื้นที่ชายแดนจังหวัดสงขลาเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่มีการลักลอบนำเข้าจากประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะบริเวณด่านศุลกากรปาดังเบซาร์และด่านศุลกากรสะเดา ซึ่งมีปริมาณการเดินทางเข้า-ออกสูง จึงมีข้อจำกัดด้านกำลังเจ้าหน้าที่ในการอำนวยความสะดวกและตรวจค้น นอกจากนี้ ผู้ลักลอบนำเข้ายังปรับเปลี่ยนรูปแบบการกระจายสินค้า โดยใช้ช่องทางออนไลน์และบริษัทขนส่งเอกชน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องบูรณาการตรวจสอบเส้นทางการขนส่งอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสามารถตรวจยึดบุหรี่ไฟฟ้าได้ประมาณ 4,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีการประสานกำลังกับฝ่ายทหารและตำรวจในพื้นที่เสี่ยง เพื่อสกัดการลักลอบนำเข้าและกระจายสินค้า ทั้งนี้ มีแนวคิดนำเทคโนโลยี CCTV และโดรนมาใช้เฝ้าระวังพื้นที่ชายแดน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณและการดูแลรักษาอุปกรณ์<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; สำหรับสถิติการจับกุมของด่านศุลกากรสงขลาในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการสืบสวนและปราบปรามประมาณ 1,095 ครั้ง จับกุมบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าได้ 267 คดี มูลค่าของกลางรวมกว่า 57.7 ล้านบาท โดยเฉพาะคดีบุหรี่ไฟฟ้ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นทั้งการขยายตัวของการแพร่ระบาดและความต้องการของตลาด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ขณะที่ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา รายงานว่า จากการสำรวจกลุ่มนักเรียนอาชีวศึกษา พบผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 15&ndash;19 ปี และได้ดำเนินงานทั้งด้านการป้องกันและการบำบัด โดยมีคลินิกบำบัดในโรงพยาบาล 17 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลประมาณ 175 แห่ง รวมถึงทำงานร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด กลุ่มเยาวชน Gen Z และโครงการ To Be Number One เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันการเข้าสู่วงจรการสูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; ที่ประชุมยังหารือแนวทางการยกร่าง แก้ไข และปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เนื่องจากแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมายหลายฉบับในการควบคุมและปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้า แต่การบังคับใช้ในทางปฏิบัติยังมีข้อจำกัด โดยมีข้อเสนอให้กำหนดฐานความผิดและอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ให้ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีบุหรี่ไฟฟ้าที่อยู่ภายในประเทศแล้ว รวมทั้งทบทวนบทลงโทษให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพในการป้องปรามการกระทำผิด ตลอดจนพิจารณากระบวนการระงับคดีให้ไม่เปิดช่องให้ผู้กระทำผิดกลับมากระทำความผิดซ้ำ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า ผู้ตรวจการแผ่นดินจะเสนอให้ปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็น &ldquo;วาระแห่งชาติ&rdquo; และให้มีกลไกประสานงานที่ชัดเจนในระดับประเทศ รวมทั้งเสนอให้ทบทวนและแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะนิยามของบุหรี่ไฟฟ้าและฐานความผิดที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ สำหรับจังหวัดสงขลา เห็นควรให้เป็น &ldquo;จังหวัดนำร่อง&rdquo; ในการยกระดับการแก้ไขปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นวาระจังหวัด โดยไม่จำเป็นต้องรอการกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานกลไกขับเคลื่อน และติดตามผลอย่างต่อเนื่องทุก 2&ndash;3 เดือน ครอบคลุมทั้งด้านการบังคับใช้กฎหมาย การป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน ตลอดจนการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายและการบริหารจัดการ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ยังเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปิดช่องว่างระหว่างโรงเรียนกับครอบครัว รวมถึงเร่งแก้ไขปัญหาการจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ โดยประสานกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตำรวจ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ให้มีระบบติดตาม ตรวจสอบ และดำเนินการกับการโฆษณาและจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอย่างเป็นระบบ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ในส่วนของพื้นที่ชายแดน ยังเสนอให้พัฒนากลไกความร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย เพื่อร่วมกันป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบนำเข้าบุหรี่ไฟฟ้า รวมทั้งทบทวนกฎหมายเกี่ยวกับการนำเข้าส่วนประกอบหรือสารที่สามารถนำไปใช้ผลิตบุหรี่ไฟฟ้า และผลักดันให้ประเทศไทยมีกฎหมายภายในที่สอดคล้องกับหลักการตามกรอบอนุสัญญาควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก โดยเฉพาะมาตรการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนและการแทรกแซงนโยบายจากผู้มีส่วนได้เสียในอุตสาหกรรมยาสูบ<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดสงขลาสามารถเดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ ได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอผลการพิจารณาในระดับประเทศ เนื่องจากปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนโดยตรง พร้อมชื่นชมความเข้มแข็งของจังหวัดสงขลา และหวังให้การดำเนินงานของจังหวัดนำไปสู่รูปแบบการแก้ไขปัญหาที่เป็นระบบและสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่นทั่วประเทศต่อไป</span></span><br />
&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p style="text-align: right;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><br />
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/20260907e3786d18ad2b5c8a9334a06a3648dc23163711.JPG' type='image/jpg' length='416093' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[สงขลาร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/539272</link>
<guid isPermaLink="false">e4f7601d0927874a4adccf1e372f1fed</guid>
<pubDate>Mon, 07 Sep 2026 10:26:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>สงขลาร่วมประชุมซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ มุ่งบูรณาการทุกภาคส่วน ป้องกันการกระทำผิดซ้ำ</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;7 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุมซักซ้อมการปฏิบัติงานตามแนวทางการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ โดยมี พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกลของกรมการปกครอง (DOPA VCS)<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการขับเคลื่อนมาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำ โดยเฉพาะความผิดเกี่ยวกับเพศและความผิดที่ใช้ความรุนแรง ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความรู้สึกของประชาชน ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องตามพระราชบัญญัติดังกล่าว จำเป็นต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง ทั้งในระดับจังหวัดและระดับอำเภอ เพื่อให้การดำเนินงานเกิดผลเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดโอกาสให้หน่วยงานในพื้นที่ร่วมกันสะท้อนปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อพัฒนาแนวทางการปฏิบัติให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ด้านนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การดำเนินงานเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ เป็นนโยบายที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญและกำชับให้เร่งดำเนินการ โดยมุ่งให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และหน่วยงานด้านยุติธรรม บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม มีระบบ และสามารถติดตามสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็ว<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ ขอให้ทุกพื้นที่เร่งดำเนินการตรวจสอบและติดตามบุคคลตามรายชื่อที่ได้รับ โดยให้ความสำคัญกับการประเมินพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงของแต่ละรายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงพิจารณาความเชื่อมโยงกับปัญหายาเสพติดและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ พร้อมมอบหมายบุคลากรที่มีความเหมาะสมและใส่ใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างจริงจังและไม่หยุดอยู่เพียงการประชุมหรือการดำเนินการตามขั้นตอนเท่านั้น<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังเน้นย้ำว่า ภารกิจดังกล่าวเป็นความร่วมมือครั้งสำคัญในการปกป้องประชาชนผู้บริสุทธิ์และสร้างความสงบเรียบร้อยให้แก่สังคม จึงขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันระดมกำลังและแลกเปลี่ยนข้อมูล ติดตามแต่ละกรณีอย่างใกล้ชิด หากพบกรณีที่จำเป็นต้องได้รับการติดตามหรือสนับสนุนเป็นพิเศษ สามารถประสานผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้อย่างทันท่วงที<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;สำหรับการประชุมครั้งนี้ มีการชี้แจงและซักซ้อมแนวทางปฏิบัติในการเฝ้าระวังภายหลังพ้นโทษในระดับพื้นที่ ทั้งในส่วนบทบาทและภารกิจของฝ่ายปกครอง การดำเนินงานของคณะกรรมการระดับจังหวัดและคณะทำงานระดับอำเภอ ตลอดจนการประสานและบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการชี้แจงบทบาทและภารกิจของกรมคุมประพฤติ รวมถึงแนวทางการส่งต่อข้อมูล การประสานงาน การติดตามเฝ้าระวัง และการดำเนินการเมื่อพบพฤติการณ์เสี่ยงหรือเหตุที่จำเป็นต้องประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเฝ้าระวังและป้องกันการกระทำผิดซ้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม</span></span><br />
<br />
&nbsp;</p>

<p style="text-align: right;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><br />
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/20260907b1ab7a2e0a157bf32622222309aaf1d6104354.jpg' type='image/jpg' length='283863' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสงขลา ผสานพลังสมาคมแม่ดีเด่นฯ จัดโครงการ "น้ำใจจากแม่สู่แม่ผู้พากเพียร" มอบทุนและถุงยังชีพ เติมรอยยิ้มสร้างกำลังใจให้แม่ผู้ยากไร้-กลุ่มเปราะบาง เทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/538976</link>
<guid isPermaLink="false">b494069aa03c4b83d7e0c29eb6e25dd6</guid>
<pubDate>Sun, 06 Sep 2026 16:15:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>จังหวัดสงขลา ผสานพลังสมาคมแม่ดีเด่นฯ จัดโครงการ &quot;น้ำใจจากแม่สู่แม่ผู้พากเพียร&quot; มอบทุนและถุงยังชีพ เติมรอยยิ้มสร้างกำลังใจให้แม่ผู้ยากไร้-กลุ่มเปราะบาง เทิดพระเกียรติสมเด็จพระพันปีหลวง</strong><br />
​ &nbsp; &nbsp;วันนี้ (6 กันยายน 2569) เวลา 13.30 น. ณ ลานกิจกรรม ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ￼ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในพิธีเปิด &ldquo;โครงการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โครงการน้ำใจจากแม่สู่แม่ผู้พากเพียร ประจำปี 2569 และโครงการมอบเงินทุนช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ ประจำปี 2569&rdquo; เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและบรรเทาความเดือดร้อนแก่สตรีผู้เป็นหัวหน้าครอบครัว โดยมี นางนงคราญ ธรรมเพชร รองประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดสงขลา นางณิชาพัชฌ์ เพ็ชรพันธุ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา นางระเบียบ จิตเกื้อ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดสงขลา นางพรเอื้อ เชื้อแหลม นายกสมาคมผู้นำสตรีพัฒนาชุมชนจังหวัดสงขลา นางศยานันท์ ศีลประชาวงศ์ นายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์จังหวัดสงขลา คุณภัสสรา อมรพิมลธรรม ผู้จัดการแผนกกลยุทธ์การตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัล หาดใหญ่ ตลอดจนคณะกรรมการสมาคมและคุณแม่ผู้ได้รับมอบทุนและถุงยังชีพ เข้าร่วมพิธี&nbsp;<br />
​ &nbsp; &nbsp;โอกาสนี้ นางณิชาพัชฌ์ เพ็ชรพันธุ์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ได้ร่วมกล่าวต้อนรับ พร้อมเปิดเผยว่า สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดสงขลา ได้ก่อตั้งและดำเนินงานบำเพ็ญประโยชน์เพื่อสาธารณกุศล ตลอดจนช่วยเหลือแม่ผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐและเอกชนมาอย่างยาวนานกว่า 23 ปี ซึ่งจากการสำรวจและคุ้มครองสิทธิประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่จังหวัดสงขลา พบว่ามีสตรีเป็นหัวหน้าครอบครัว แม่เลี้ยงเดี่ยว แม่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบ และแม่ผู้ยากไร้ที่ต้องแบกรับภาระดูแลสมาชิกในครอบครัวเพียงลำพังเป็นจำนวนมาก&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; ด้าน นางระเบียบ จิตเกื้อ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดสงขลา กล่าวรายงานว่า การดำเนินงานซึ่งประกอบด้วย 3 โครงการ ประกอบด้วยโครงการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มอบถุงยังชีพบรรจุสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น จำนวน 30 ชุด แก่ครอบครัวสตรีกลุ่มเปราะบาง , โครงการมอบเงินทุนช่วยเหลือแม่ผู้ยากไร้ ประจำปี 2569 มอบทุนช่วยเหลือจำนวน 2 ทุน ทุนละ 5,000 บาท (รวม 10,000 บาท) &nbsp;โดยปีนี้จัดมอบให้คุณแม่ในพื้นที่อำเภอบางกล้ำและอำเภอคลองหอยโข่ง และโครงการน้ำใจจากแม่สู่แม่ผู้พากเพียร ประจำปี 2569 มอบเงินทุนช่วยเหลือแก่คุณแม่ที่มีความพากเพียรอุตสาหะ จำนวน 60 ทุน ทุนละ 3,000 บาท (รวม 180,000 บาท) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสมาชิกสมาคมฯ และเครือข่ายพันธมิตร นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการมอบเกียรติบัตรแก่ผู้ให้การสนับสนุนทุน และมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่สมาชิกสมาคมฯ ที่ได้รับรางวัลประกาศเกียรติคุณประจำปี 2569&nbsp;<br />
​ &nbsp; &nbsp;นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กล่าวให้กำลังใจแก่คุณแม่ผู้เข้าร่วมรับทุนและถุงยังชีพ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของสตรีที่ต้องทำหน้าที่เป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัวและดูแลบุตรหลาน พร้อมขอให้คุณแม่ทุกคนมีพลังกายที่แข็งแรง มีพลังใจที่เข้มแข็ง ในการต่อสู้กับอุปสรรคเพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม นอกจากนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กล่าวแสดงความชื่นชมและขอบคุณสภาสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติ ในพระอุปถัมภ์พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ, สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติประจำจังหวัดสงขลา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ตลอดจนภาคเอกชนผู้สนับสนุน ที่ได้ร่วมมือกันขับเคลื่อนงานด้านสังคม เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น</span></span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><br />
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา//ภาพ-ข่าว</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/202609069317474f6edb0cf101e8512eb0647d5f161623.jpeg' type='image/jpg' length='575759' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รองผู้ว่าฯ สงขลา นำคณะเข้าเยี่ยมชม "บ้านศรัทธา" รำลึกถึงพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ พร้อมสืบสานคุณค่าแห่งรัฐบุรุษและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/538844</link>
<guid isPermaLink="false">3b65d7ceb254493f5879c3d62fc7313c</guid>
<pubDate>Sat, 05 Sep 2026 12:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><strong><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">รองผู้ว่าฯ สงขลา นำคณะเข้าเยี่ยมชม &quot;บ้านศรัทธา&quot; รำลึกถึงพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ พร้อมสืบสานคุณค่าแห่งรัฐบุรุษและแหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดสงขลา</span></span></strong></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; ​วันนี้ (5 กันยายน 2569) เวลา 10.00 น. ณ บ้านศรัทธา ตำบลพะวง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานนำคณะเดินทางเข้าเยี่ยมชมบ้านศรัทธา เพื่อแสดงความเคารพและน้อมรำลึกถึง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ บุคคลสำคัญผู้สร้างคุณประโยชน์อันใหญ่หลวงแก่แผ่นดินไทย โดยมี นายบัญญัติ จันทน์เสนะ เลขานุการมูลนิธิสวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ พลตรี ภูมเดชา พ่วงเจริญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา พ.ต.อ.เอกรัฐ สวนแสน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา นางสุรียพรรณ์ ณ สงขลา รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายวินิจ เทพนิต นายอำเภอเมืองสงขลา พร้อมด้วยคณะข้าราชการและผู้ติดตาม ร่วมเข้าเยี่ยมชมในครั้งนี้</span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; ​บรรยากาศการเยี่ยมชมเต็มไปด้วยความสงบนิ่งและอบอวลด้วยร่องรอยแห่งประวัติศาสตร์ ท่ามกลางทัศนียภาพอันสวยงามของบ้านพักตากอากาศทรงไทยประยุกต์ที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนเนินเขา สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของสะพานติณสูลานนท์ที่ทอดตัวยาวข้ามทะเลสาบสงขลาได้อย่างชัดเจน</span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; ​ในโอกาสนี้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้วางพวงมาลัยถวายความเคารพหน้ารูปของ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ จากนั้นคณะได้เข้าสู่ตัวอาคารเพื่อเยี่ยมชมพื้นที่สำคัญ อาทิ ห้องรับรอง ห้องทำงาน ห้องนอน และห้องรับประทานอาหาร ซึ่งยังคงจัดเก็บข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัว ไว้อย่างเรียบร้อย สะท้อนถึงวิถีชีวิตที่เรียบง่ายและความทุ่มเททำงานเพื่อประเทศชาติ</span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; ​นอกจากนี้ คณะยังได้เข้าชมนิทรรศการ &quot;เส้นทางรัฐบุรุษ&quot; และนิทรรศการ &quot;เทิดไว้เหนือเกล้า&quot; ซึ่งจัดแสดงเสื้อพระราชทาน และบันทึกประวัติศาสตร์เรื่องราวความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตลอดจนคุณงามความดีที่ท่านได้อุทิศไว้ให้แก่ชาวสงขลาและปวงชนชาวไทย สร้างความซาบซึ้งและประทับใจแก่ผู้เข้าร่วมเยี่ยมชมเป็นอย่างมาก</span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; ​ &ldquo;บ้านศรัทธา&rdquo; จังหวัดสงขลา สถานที่แห่งความทรงจำและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนถึงความรัก ความผูกพัน และศรัทธาที่ชาวสงขลามีต่อ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ บุคคลสำคัญผู้สร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ และบ้านเกิดอย่างยิ่งใหญ่ บ้านศรัทธาเกิดจากพลังแห่งศรัทธาของชาวสงขลา ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างขึ้นมา เพื่อน้อมให้กับ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษ ในสมัยที่ท่านยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี บ้านหลังนี้สร้างเสร็จเมื่อวันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2534 มีทำเลที่ตั้งอยู่บนเนินเขา ซึ่งรายล้อมด้วยสวนมะพร้าว และสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่สวยงามของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ที่ตั้งอยู่ห่างออกไปราว 3 กิโลเมตร รวมทั้งทะเลสาบสงขลาและเกาะยอ</span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">&nbsp; &nbsp; ต่อมาในปี 2539 ท่านได้มอบบ้านหลังนี้คืนแก่ชาวสงขลา เพื่อเป็นสมบัติของส่วนรวม และอยู่ภายใต้การดูแลขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ตั้งแต่นั้นมา โดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา มุ่งส่งเสริม &ldquo;บ้านศรัทธา&rdquo; ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจังหวัด เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน เยาวชน และนักท่องเที่ยว ได้เข้ามาเรียนรู้เรื่องราวชีวิต แนวคิด และคุณงามความดี ผ่านบรรยากาศที่อบอุ่น เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยคุณค่าแห่งการเสียสละเพื่อส่วนรวม</span></span></p>

<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"></span></span></p>

<p>&nbsp;</p>

<p style="text-align: right;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;">​สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ภาพ-ข่าว</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/202609051d4bda1aaca86de11ba56bee995d4239125244.JPG' type='image/jpg' length='319440' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[รองผู้ว่าฯ สงขลา ประชุม คทช.จังหวัด ติดตามความก้าวหน้าการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/538647</link>
<guid isPermaLink="false">86b997e0aa97c8438d06faf055dc3074</guid>
<pubDate>Fri, 04 Sep 2026 15:01:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>รองผู้ว่าฯ สงขลา ประชุม คทช.จังหวัด ติดตามความก้าวหน้าการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน พร้อมเร่งแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของประชาชน</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 13.30 น. ณ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายสาธิต ปิ่นกุล ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยคณะอนุกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ที่ประชุมรับทราบความก้าวหน้าการดำเนินงานจัดที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยให้ชุมชนในพื้นที่เป้าหมายจังหวัดสงขลา โดยตั้งแต่ปี 2558 มีพื้นที่เป้าหมายรวม 17 แปลง เนื้อที่กว่า 15,752 ไร่ ได้รับอนุญาตให้ใช้ประโยชน์พื้นที่แล้ว 16 แปลง รวมกว่า 15,267 ไร่ พร้อมติดตามการดำเนินงานด้านการจัดคนลงพื้นที่ การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ตลอดจนการสนับสนุนด้านการตลาดให้แก่ประชาชนในพื้นที่ คทช.<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ติดตามผลการมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชน ภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ซึ่งจังหวัดสงขลาได้ดำเนินการมอบเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 รวม 4 พื้นที่ เนื้อที่กว่า 3,900 ไร่ ให้แก่ผู้ครอบครอง 646 ราย จำนวน 720 แปลง พร้อมสมุดประจำตัวฯ 720 เล่ม<br />
สำหรับเรื่องเพื่อพิจารณา ที่ประชุมได้หารือแนวทางแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของราษฎรหมู่ที่ 3 และหมู่บ้านใกล้เคียง ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ในที่ดินทำกิน โดยมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดติดตามผลการตรวจสอบและแก้ไขปัญหา เพื่อให้ประชาชนได้รับการจัดการที่ดินตามหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนด<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;พร้อมกันนี้ ที่ประชุมพิจารณาผลการสำรวจและตรวจสอบข้อมูลผู้ครอบครองที่ดินในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ &ldquo;ป่าควนเขาจันทร์&rdquo; ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ จำนวน 26 ราย 31 แปลง เนื้อที่กว่า 22 ไร่ โดยเห็นชอบแนวทางการจัดที่ดินให้แก่ผู้มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ คทช. รวมถึงพิจารณาส่งคืนข้อมูลพื้นที่บางแห่งให้หน่วยงานเจ้าของพื้นที่ดำเนินการแก้ไขและเพิ่มเติมข้อมูลให้ครบถ้วน ก่อนนำกลับเข้าสู่กระบวนการพิจารณาจัดที่ดินต่อไป<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;ทั้งนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานและเร่งรัดการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน เพื่อให้การจัดที่ดินทำกินตามนโยบาย คทช. เป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม</span></span><br />
&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p style="text-align: right;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><br />
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/20260904811ba87373a1112140fba7ad750f9b43152250.jpg' type='image/jpg' length='182981' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[จังหวัดสงขลาประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ พระบรมวงศานุวงศ์ ในห้วงเดือนกันยายน 2569 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ]]></title>
<link>https://songkhla.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/538536</link>
<guid isPermaLink="false">87aad8ddd2bcfa03684d9591a28e8a03</guid>
<pubDate>Fri, 04 Sep 2026 10:40:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><strong>จังหวัดสงขลาประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ พระบรมวงศานุวงศ์ ในห้วงเดือนกันยายน 2569 เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ</strong><br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;วันที่ 4 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับเสด็จฯ พระบรมวงศานุวงศ์ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ห้วงเดือนกันยายน 2569 โดยมี นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp;เนื่องด้วยในห้วงเดือนกันยายน 2569 จังหวัดสงขลามีภารกิจสำคัญในการเตรียมการรับเสด็จฯ และถวายการต้อนรับพระบรมวงศานุวงศ์ ดังนี้<br />
&nbsp; 1. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยทักษิณ ณ มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง โดยในวันที่ 15&nbsp;กันยายน 2569 จังหวัดสงขลามีภารกิจนำข้าราชการที่เกษียณอายุราชการเข้าเฝ้าฯ กราบทูลลา จำนวน 12 คน ณ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา<br />
&nbsp; 2. ระหว่างวันที่ 21&ndash;22 กันยายน 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จฯ แทนพระองค์มาพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ประจำปีการศึกษา 2568 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา<br />
&nbsp; 3. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ มามอบปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ประจำปีการศึกษา 2568 ในวันที่ 14 กันยายน 2569 ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา<br />
&nbsp; &nbsp; ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเตรียมการรับเสด็จฯ พระบรมวงศานุวงศ์ในแต่ละฝ่าย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยที่ประชุมได้ติดตามความพร้อมในด้านต่าง ๆ ทั้งด้านสถานที่ การถวายความปลอดภัยและการจัดการจราจร หน่วยแพทย์และพยาบาล ระบบไฟฟ้าและการสื่อสาร การปรับปรุงภูมิทัศน์ตลอดเส้นทางเสด็จฯ ตลอดจนด้านยานพาหนะ เพื่อให้การเตรียมการรับเสด็จฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และเกิดความพร้อมในทุกด้าน</span></span><br />
&nbsp;</p>

<p>&nbsp;</p>

<p style="text-align: right;"><span style="color:#0000ff;"><span style="font-size:28px;"><br />
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ</span></span></p>
]]></description>
<enclosure url='https://songkhla.prd.go.th/th/file/get/file/2026090459263a74c9813b23639bf6abd117b18a105149.JPG' type='image/jpg' length='447130' />
</item>
</channel>
</rss>
