นายกรัฐมนตรีไทย-นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เตรียมเยือนพื้นที่จังหวัดสงขลา ปลายเดือน พ.ย. 66 ติดตามการพัฒนาด่านการค้า การท่องเที่ยวชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมเร่งรัดโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่ – บูกิตกายูฮีตัม เพื่อยกระดับความร่วมมือและส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้ดียิ่งขึ้น
. ช่วงบ่ายวันนี้ (3 พ.ย. 66) นายวรพันธุ์ ศรีวรนารถ รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก พร้อมด้วย นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมประชุมเตรียมความพร้อมสําหรับการลงพื้นที่ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ในโอกาสเดินทางมาติดตามการพัฒนาด่านการค้า การท่องเที่ยวชายแดนไทย-มาเลเซีย พร้อมติดตามโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮีตัม ประเทศมาเลเซีย ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน 2566 เพื่อยกระดับความร่วมมือ และส่งเสริมเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น โดยมีนายมาหะมะพีสกรี วาแม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายไพเจน มากสุวรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายเผดิมเดช มั่งคั่ง นายด่านศุลกากรสะเดา หัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมสำนักงานด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ จังหวัดสงขลา
. นายวรพันธุ์ ศรีวรนารถ รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมในการมาเยือนพื้นที่จังหวัดสงขลาของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีของไทย และ นายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย ซึ่งผู้นำทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันในการที่จะเดินทางมาพบปะหารือ เพื่อติดตามแนวทางการพัฒนาด่านศุลกากรสะเดา การค้าชายแดน และโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมด่านสะเดา – บูกิตกายูฮิตัม ที่จะเชื่อมต่อสองประเทศเข้าด้วยกันและเชื่อมโยงเศรษฐกิจทั้งในระดับพื้นที่และระดับประเทศให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น
. สำหรับด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา เป็นด่านการค้าชายแดนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งส่งออกและนำเข้า โดยในปีงบประมาณ 2566 สามารถจัดเก็บรายได้รวมทั้งสิ้น 7,691 ล้านบาท เป็นรายได้ศุลกากร 1,720 ล้านบาท คิดเป็น 22 % สูงกว่าประมาณการ 413 ล้านบาท อีกทั้งด่านศุลกากรสะเดา มีมูลค่านำเข้า–ส่งออกสินค้า รวม 428,919 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากปีก่อน 15 % ส่วนสถิติสินค้าผ่านแดนเข้า - ออก ด่านศุลกากรสะเดาพบว่ามีสินค้าผ่านแดนขาเข้า จำนวน 29,747 ล้านบาท และผ่านแดนขาออก จำนวน 77,277 ล้านบาท รวมมูลค่า 107,024 ล้านบาท
. นอกจากนี้ มูลค่าการส่งออกในปีงบประมาณ 2566 มีสินค้าส่งออกมูลค่าสูงสุด 5 อันดับแรก คิดเป็น 34% โดยสินค้าส่งออกส่วนมากเป็นน้ำยาง ยางแผ่น ถุงมือยาง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่มีการนำเข้าวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบมาผลิตในประเทศเพื่อส่งออก รวม 207,643 ล้านบาท ขณะที่สถิติรถบรรทุกสินค้าและผู้เดินทางเข้า-ออก ผ่านด่านพรมแดนสะเดา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2565–30 กันยายน 2566 มีผู้เดินทางเข้ามา จำนวน 5,358,270 คน และรถส่วนบุคคล จำนวน 656,401 คัน
. จากนั้นในที่ประชุม ได้มีการหารือแนวทางการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว เพื่อให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียได้เดินทางเข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบยกเว้นการยื่นแบบ ตม.6 ณ ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดาเป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 - 30 เมษายน 2567 ทำให้การดำเนินขั้นตอนในบริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองให้เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเพิ่มขึ้น เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่และเกิดการใช้จ่ายหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
.พร้อมกันนี้ ยังได้หารือโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมด่านสะเดา – บูกิตกายูฮิตัม ประเทศมาเลเซีย ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ.สงขลา แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ส่วน คือ การเชื่อมด่านระยะทาง 850 เมตร ขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วในระยะทางกว่า 500 เมตร โดยจะแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2567 หรืออาจจะเร็วกว่ากำหนดประมาณเดือนกรกฎาคม 2567 ส่วนที่เหลือระยะทางอีก 300 เมตร ซึ่งจะเป็นถนน 6 ช่องจราจร ขณะนี้ได้ทำการออกแบบเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างรอการหารืออีกครั้ง
ทั้งนี้ นายสมนึก พรหมเขียว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมภารกิจการลงพื้นที่ รวมถึงข้อมูลในการนำเสนอต่อนายกรัฐมนตรีไทย และนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง เป็นระเบียบเรียบร้อยในทุกๆ ด้าน
ศิริลักษณ์ แคล้วคลาด/ข่าว-ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
3 พ.ย. 66