เปิดฉากศึกเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 38 ณ สงขลา ดวลเดือดนักกีฬา 20 ชาติ 3 ทวีป ประชันฝีเท้าชิงความเป็นหนึ่งของโลก พร้อมผลักดันสงขลาสู่ “เมืองกีฬา” ระดับนานาชาติ และสร้างเวทีเชื่อมโยงกีฬาไทยสู่สายตาชาวโลก

🛑 เปิดฉากศึกเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 38 ณ สงขลา ดวลเดือดนักกีฬา 20 ชาติ 3 ทวีป ประชันฝีเท้าชิงความเป็นหนึ่งของโลก พร้อมผลักดันสงขลาสู่ “เมืองกีฬา” ระดับนานาชาติ และสร้างเวทีเชื่อมโยงกีฬาไทยสู่สายตาชาวโลก

. วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ณ หาดใหญ่ฮอลล์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์โลก ชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 38 โดยมี Mr. Abdul Halim Bin Kader เลขาธิการสหพันธ์ตะกร้อนานาชาติ (ISTAF) นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ผู้แทนหน่วยงาน คณะกรรมการจัดการแข่งขัน นักกีฬาจาก 20 ประเทศ 3 ทวีป และสื่อมวลชนเข้าร่วมอย่างคึกคัก การแข่งขันครั้งนี้ จัดโดยสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 38 และได้รับการรับรองจาก ISTAF ว่าเป็นการแข่งขันระดับโลกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประจำปี

. นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า จังหวัดสงขลามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคใต้ ทั้งในด้านอุตสาหกรรม การคมนาคม และการท่องเที่ยว การจัดการแข่งขันกีฬาตะกร้อชิงแชมป์โลกครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่ใช้กีฬาเป็นกลไกในการส่งเสริมเศรษฐกิจระดับจังหวัด พร้อมยกระดับมาตรฐานของสงขลาให้ก้าวสู่ระดับสากล และเป็นเวทีในการเพิ่มขีดความสามารถด้านกีฬาของเยาวชนและประชาชนในพื้นที่ โดยขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมมือร่วมใจกันจัดการแข่งขันครั้งนี้ให้เกิดขึ้นอย่างสมเกียรติ

. สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 27 กรกฎาคม 2568 มีนักกีฬาและเจ้าหน้าที่จากนานาชาติกว่า 500 คน เข้าร่วมการแข่งขัน พร้อมเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันในประเทศอีก 150 คน โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาและหน่วยงานภาครัฐในพื้นที่ เป็นครั้งแรกที่สงขลาได้รับโอกาสเป็นเจ้าภาพในการจัดแข่งขันเซปักตะกร้อระดับโลก โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และช่องทางออนไลน์ทั่วโลก เพื่อสร้างการรับรู้และขยายความนิยมของกีฬาตะกร้อไปสู่สายตาชาวโลก และช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sports Tourism)

. การแข่งขันในครั้งนี้มีความหลากหลายของประเภทการแข่งขัน ทั้งทีมชุดชาย ทีมหญิง ทีมเดี่ยว 4 คนชาย-หญิง ทีมเดี่ยว 3 คนชาย-หญิง ทีมเดี่ยวผสม และตะกร้อลอดห่วงสากลชาย-หญิง โดยมีการนำเทคโนโลยีการตัดสินระบบ Challenge มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำและโปร่งใสในทุกการแข่งขัน ถือเป็นเวทีสำคัญในการผลักดันกีฬาตะกร้อจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่เวทีระดับโลก และเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของจังหวัดสงขลาในการก้าวสู่ “ต้นแบบเมืองกีฬา” หรือ Songkhla Sports City อย่างเป็นรูปธรรม

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา /ข่าว - ภาพ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar