![]()
“ฟาร์มตัวอย่างบ้านควนหรัน” แผ่นดินแห่งความพอเพียง งอกงามด้วยพระเมตตาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สู่แหล่งเรียนรู้เกษตรพอเพียงของชาวสงขลา
. จากพระราชดำริอันเปี่ยมด้วยพระเมตตาของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมุ่งหวัง “ให้ประชาชนอยู่ได้ด้วยตนเอง” ได้ก่อกำเนิดเป็น ฟาร์มตัวอย่างในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ หรือ “ฟาร์มตัวอย่างบ้านควนหรัน” ตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย จังหวัดสงขลา ซึ่งแผ่ขยายเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่รวมศาสตร์แห่งการเกษตร ทรัพยากรธรรมชาติ และหัวใจของความพอเพียงไว้บนพื้นที่กว่า 79 ไร่ ฟาร์มแห่งนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตอาหารและสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางแห่งความหวังและแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเกษตรผสมผสานให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ตามแนวทางพระราชดำริอันทรงคุณค่ายิ่ง
. ร้อยตำรวจเอก เจษฎาวุธ เพ็งลาย ผู้จัดการฟาร์มตัวอย่างบ้านควนหรัน กล่าวว่า ฟาร์มแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2552 เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเกิดจากความร่วมมือของผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชนในพื้นที่ ที่พร้อมใจกันจัดตั้งโครงการขึ้นเพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
. ปัจจุบัน ฟาร์มตัวอย่างบ้านควนหรันเปิดโอกาสให้ผู้ที่ประสบความยากลำบาก หรือได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจ เข้ามาเรียนรู้และฝึกปฏิบัติด้านการเกษตร เพื่อสามารถนำความรู้ไปพัฒนาพื้นที่ของตนเอง และขยายผลไปสู่พื้นที่รอบข้างได้ นอกจากนี้ ฟาร์มยังเปิดกว้างให้แก่ผู้คนต่างเชื้อชาติได้เข้ามาเรียนรู้ ทำให้ที่นี่เปรียบเสมือน “แผ่นดินแห่งความพอเพียง” ที่งอกงามขึ้นด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของพระองค์ ผู้ทรงอุทิศพระองค์เพื่อความอยู่ดีมีสุขของพสกนิกร
. ฟาร์มตัวอย่างบ้านควนหรัน เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้กว่า 11 ฐานการเรียนรู้ ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง ถ่ายทอดแนวพระราชดำริสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ได้แก่ การเพาะชำและทำดินเพาะเพื่อเรียนรู้การผลิตกล้าไม้และพัฒนาดิน การแปรรูปกาแฟสูตรโบราณและการทำกาละแมกาแฟเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร การเลี้ยงผึ้งโพรง เพื่ออนุรักษ์ระบบนิเวศ การทำปุ๋ย พด.และปุ๋ยน้ำจุลินทรีย์ตามแนวทางเกษตรอินทรีย์ การขยายพันธุ์บอนสีและพืชเศรษฐกิจท้องถิ่น การปลูกผักยกแคร่และในโรงเรือนเพื่อการบริโภคและจำหน่าย การเลี้ยงแพะ ไก่ไข่ และปลาเสริมความมั่นคงด้านอาหาร และการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ที่เน้นการพึ่งพาตนเองและการจัดสรรพื้นที่อย่างสมดุล
. หนึ่งในผู้ได้รับโอกาสจากฟาร์มตัวอย่างบ้านควนหรัน คือ นางสาวฟาตีเมาะ หน้าหวัง อายุ 43 ปี ชาวตำบลเปียน อำเภอสะบ้าย้อย เดิมเคยทำงานในโรงงาน ก่อนจะตกงานจากภาวะเศรษฐกิจ แต่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานและเรียนรู้ในฟาร์มตัวอย่างแห่งนี้ เธอกล่าวว่า “พอดีที่นี่เปิดรับสมัครงาน ก็เลยลองมาค่ะ จากที่ไม่เคยปลูกผักเลย ก็ได้เรียนรู้จนทำได้เอง มีผักปลอดสารพิษกินในบ้าน และนำความรู้ไปต่อยอดทำที่บ้าน เสริมรายได้และลดรายจ่ายในครอบครัว”
. นางสาวฟาตีเมาะ กล่าวทั้งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณว่า ฟาร์มแห่งนี้เปรียบเสมือนที่พึ่งของชีวิต เพราะช่วยให้เธอมีงานทำ มีรายได้ และยังสามารถส่งลูกเรียนต่อได้ “ภูมิใจมากค่ะที่มีฟาร์มนี้ โดยเฉพาะช่วงโควิด เรามีแหล่งอาหาร มีผักกิน ไม่ต้องไปไหนไกล ฟาร์มนี้ช่วยเราไว้จริง ๆ อยากขอบคุณพระองค์ท่านมาก ๆ ที่มีโครงการนี้ให้เรา ขอบคุณแทนชาวบ้านทุกคนเลยค่ะ”
. ด้าน นายนันต์อินทร์ ศิริรัตน์ นายอำเภอสะบ้าย้อย กล่าวว่า ฟาร์มตัวอย่างบ้านควนหรัน เป็นโครงการที่สร้างอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน โดยเฉพาะชาวบ้านหมู่ที่ 2 บ้านควนหรัน ที่ใช้ฟาร์มแห่งนี้เป็นทั้งศูนย์เรียนรู้และพื้นที่สร้างโอกาส เกษตรกรในพื้นที่ส่วนใหญ่ซึ่งประกอบอาชีพทำสวนยางและสวนปาล์ม ได้เข้ามาศึกษา ทดลอง และต่อยอดเป็นอาชีพเสริมในยามว่าง โครงการดังกล่าวได้ขยายผลต่อเนื่องสู่ วิสาหกิจชุมชนและกลุ่มอาชีพต่าง ๆ เช่น กลุ่มกาแฟ กลุ่มแปรรูปจำปาดะ และกลุ่มทำขนม ซึ่งช่วยเพิ่มมูลค่าผลผลิต ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
“ตลอดกว่า 16 ปีที่ผ่านมา ฟาร์มแห่งนี้ถือเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้พระราชทานแก่พสกนิกร ถือเป็นพื้นที่แห่งศรัทธา และมรดกแห่งความสุขที่พระองค์ท่านทรงประทานให้กับพวกเรา” นายอำเภอสะบ้าย้อย กล่าวอย่างภาคภูมิใจ
. ขณะที่ นายวีรพันธุ์ นิลวัตร หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต กล่าวว่า ฟาร์มตัวอย่างในพระราชดำริแห่งนี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และถ่ายทอดองค์ความรู้ทางการเกษตรที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งด้านพืช ประมง และปศุสัตว์ ฟาร์มจึงเปรียบเสมือน “ห้องเรียนกลางทุ่ง” ที่เปิดกว้างให้ประชาชนได้เข้ามาเรียนรู้แนวทางการพึ่งพาตนเอง โดยมีหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยบูรณาการความรู้ ถ่ายทอดเทคโนโลยี และส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มอาชีพ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิตทางการเกษตรในชุมชน
“หนึ่งในความสำเร็จที่เห็นได้ชัดคือ การพัฒนาผลิตภัณฑ์กาแฟของฟาร์ม ที่นำภูมิปัญญาพื้นบ้านมาผสมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ จนกลายเป็นสินค้าที่มีเอกลักษณ์และเป็นที่รู้จักในตลาด สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากพระราชดำริอันเปี่ยมด้วยพระเมตตา ที่ทรงวางรากฐานให้ประชาชน “อยู่ได้ด้วยตนเอง” อย่างแท้จริง”
. จากศูนย์กลางการเรียนรู้เล็ก ๆ ฟาร์มตัวอย่างบ้านควนหรันได้ขยายเครือข่ายไปสู่ชุมชนรอบข้าง ผ่านกลุ่มสมาชิก “ฟาร์มเรียนรู้ต้นแบบ” และ “กลุ่มแม่บ้านสวนโอนพัฒนา” ที่ร่วมกันแปรรูปผลไม้ตามฤดูกาล เช่น กล้วย ขนุน และมะม่วง เป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้เสริมให้ครอบครัวและชุมชน เสริมความมั่นคงทางเศรษฐกิจฐานรากให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
. แม้วันนี้ พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย แต่พระเมตตาและแนวพระราชดำริยังคงงอกงามอยู่ในหัวใจของผู้คน บ้านควนหรันจึงเปรียบเสมือน “ฟาร์มแห่งความทรงจำ” ที่ยังคงปลูกชีวิต ปลูกความหวัง และปลูกแรงบันดาลใจให้ชาวไทยรุ่นแล้วรุ่นเล่า ทุกต้นกล้า และทุกหยาดเหงื่อ คือพลังแห่งความจงรักภักดี ที่ชาวบ้านร่วมสืบสานเพื่อให้ความงดงามนี้ดำรงอยู่คู่แผ่นดินไทยตราบนานเท่านาน...
ศิริลักษณ์ - ข่าว
ธีรธรรม - ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา