ชาวอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ยังคงอนุรักษ์ “ที่ทำการอำเภอรัตตภูมิหลังเก่า” เอาไว้ เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความประทับใจ ว่าครั้งหนึ่ง “พ่อหลวงและแม่หลวง” เคยเสด็จเยือนจังหวัดสงขลาครั้งแรก ณ ที่สถานที่แห่งนี้
. อาคารไม้ทรงคุณค่า อายุกว่า 100 ปี อดีตเคยใช้เป็น “ที่ว่าการอำเภอรัตภูมิ” ยังคงได้รับการดูแลอนุรักษ์ไว้อย่างดี เพื่อเป็น “อนุสรณ์สถานแห่งความประทับใจ” ของชาวอำเภอรัตภูมิ ว่าครั้งหนึ่ง ณ ที่แห่งนี้เคยเป็นที่ประทับพบปะพสกนิกรของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จเยือนอำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาครั้งแรก
. ย้อนกลับไปเมื่อวันอังคารที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2502 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรปักษ์ใต้ครั้งแรก โดยเสด็จพระราชดำเนินถึง ที่ว่าการอำเภอรัตตภูมิ จังหวัดสงขลา ซึ่งขณะนั้นอำเภอรัตตภูมิ ยังใช้ชื่อเดิมว่า “อำเภอรัตตภูมิ” (เขียน ต ติดกัน 2 ตัว) ทั้งสองพระองค์ทรงประทับยืนที่หน้ามุขของที่ว่าการอำเภอ ท่ามกลางพสกนิกรนับพันคนที่พร้อมใจมารอเฝ้ารับเสด็จด้วยความจงรักภักดี และความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้ ภาพเหตุการณ์วันนั้นยังคงถูกจารึกอยู่ในความทรงจำของชาวรัตภูมิและชาวสงขลา มาจนถึงทุกวันนี้
. นางสาววิไลลักษณ์ เรืองผล นายอำเภอรัตภูมิ กล่าวว่า เดิมทีที่นี่ คือ อาคารที่ว่าการอำเภอหลังเก่า ซึ่งใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของส่วนราชการ แต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป อาคารเริ่มเก่าและทรุดโทรม ทางอำเภอจึงได้รับงบประมาณจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เพื่อก่อสร้างที่ว่าการอำเภอหลังใหม่ขึ้นใกล้กัน แต่ด้วยสถานที่แห่งนี้ยังเป็นศูนย์รวมใจของชาวรัตภูมิ เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่เคยรับเสด็จทั้งสองพระองค์ ทางอำเภอจึงยังดูแลและบูรณะให้อยู่ในสภาพใกล้เดิมมากที่สุด เพื่อคงคุณค่าทางจิตใจของพี่น้องประชาชนเอาไว้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการปกครอง และมีสำนักศิลปากรที่ 11 ส่งทีมช่างมาช่วยสำรวจและดูแลระหว่างการซ่อมแซม
. ปัจจุบันที่ว่าการอำเภอรัตภูมิหลังเก่า มีอายุกว่า 100 ปี ทางอำเภอได้ปรับปรุงพื้นที่เป็นศูนย์เรียนรู้ มีการจัดนิทรรศการถาวร นำเสนอพระราชประวัติ พระบรมฉายาลักษณ์หาชมยาก ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อครั้งเสด็จเยี่ยมเยียนพสกนิกรชาวอำเภอรัตภูมิเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2502
. นอกจากพระราชประวัติแล้ว ภายในอาคารที่ว่าการอำเภอรัตภูมิหลังเก่า ยังแบ่งเป็นห้องจัดแสดงสิ่งของเครื่องใช้ในอดีต ซึ่งชาวรัตภูมินำมามอบไว้เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาความเป็นมาของชุมชน และความผูกพันที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย
. นางสาวจารวี คันทะชา ชาวอำเภอรัตภูมิ กล่าวด้วยความตื้นตันใจว่า รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้มาเห็นภาพอดีต และเรื่องราวของทั้งสองพระองค์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยได้ยินจากคำบอกเล่าของบิดา โดยเล่าว่าเมื่อครั้งที่ทั้งสองพระองค์เสด็จมาที่อำเภอรัตภูมิ บิดามีอายุเพียง 7 ขวบ และได้มีโอกาสมารับเสด็จใกล้ชิดเป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งทุกครั้งที่บิดาเล่าเรื่องนี้จะพูดด้วยความปลื้มปีติและน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ ที่ได้เห็นพระพักตร์ของทั้งสองพระองค์อย่างใกล้ชิด และไม่คาดคิดว่าทั้งสองพระองค์จะเสด็จมาถึงพื้นที่เล็ก ๆ แห่งนี้ และการได้มาชมภาพถ่ายและเรื่องราวในนิทรรศการครั้งนี้ ทำให้รู้สึกซาบซึ้งใจอย่างมาก เพราะภาพเก่าเหล่านี้หาดูได้ยาก แม้ในยุคปัจจุบันที่มีสื่อโซเชียลต่าง ๆ ให้ค้นหาได้ง่าย แต่ความรู้สึกเมื่อได้เห็นด้วยตาตนเองนั้นแตกต่างและมีคุณค่ามากกว่า
. สำหรับผู้สนใจที่ต้องการเข้าชม ที่ว่าการอำเภอรัตภูมิ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมได้ทุกวันในวันและเวลาราชการ เพื่อให้ประชาชนได้สัมผัสบรรยากาศและรำลึกถึงความทรงจำอันทรงคุณค่านี้ โดยทางเทศบาลตำบลกำแพงเพชร ยังได้ร่วมกับอำเภอรัตภูมิ นำนิทรรศการเผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระพันปีหลวง ทั้งด้านศิลปาชีพ หัตถศิลป์ไทย สังคม และสาธารณสุขมาร่วมจัดแสดงด้วย
. จากวันนั้นจนถึงวันนี้ “อำเภอรัตภูมิ” ยังคงรักษาไว้ซึ่ง “รอยพระบาทแห่งความทรงจำ” สถานที่ที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาและพระมหากรุณาธิคุณของ “คู่พระบารมีแห่งแผ่นดินไทย” ที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก ความศรัทธา และความจงรักภักดี อยู่ในหัวใจของพสกนิกรชาวสงขลาตราบนานเท่านาน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ข่าว-ภาพ