จ.สงขลา เร่งมาตรการความปลอดภัยถนนหน้าม.ทักษิณ หลังเกิดอุบัติเหตุหลายราย พร้อมกำชับผู้รับเหมาปรับปรุงผิวทางให้เสร็จภายใน 7 ธันวาคมนี้
. ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถนนบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยทักษิณ ไปจนถึงจุดยูเทิร์นหน้าโลตัสสงขลา กลายเป็นพื้นที่เสี่ยงอุบัติเหตุสูง เนื่องจากงานซ่อมแซมพื้นผิวถนนที่ยังไม่แล้วเสร็จ ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บหลายสิบราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย ทำให้ประชาชนในพื้นที่ รวมถึงผู้ใช้ถนนจำนวนมาก ออกมาแสดงความไม่พอใจ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสื่อสังคมออนไลน์ ถึงมาตรการดูแลความปลอดภัยที่อาจยังไม่เพียงพอระหว่างการก่อสร้างถนนดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มีความห่วงใยต่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ บูรณาการร่วมกันเพื่อลดความเสี่ยงจากฝุ่น ฝนตก และพื้นผิวถนนไม่เสมอ พร้อมปรับปรุงการสื่อสารข้อมูลให้ประชาชนรับทราบอย่างทั่วถึง รวมทั้งเปิดช่องทางแจ้งเหตุเสียหายเพื่อให้การเยียวยาเป็นไปอย่างรวดเร็ว
. เช้านี้ 19 พฤศจิกายน 2568 ที่ห้องประชุมชั้น 5 เทศบาลเมืองเขารูปช้าง นายนราเดช คำทัปน์ นายกเทศมนตรีเมืองเขารูปช้าง เป็นประธานการประชุมร่วมกับนายฉัตรเพชร ครุอำโพธิ์ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายนพดล คงประดิษฐ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 พ.ต.ท.ฐาปนันท์ อัครกันทรากร สารวัตรจราจรสงขลา ผู้รับเหมา ผู้แทนภาคประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อชี้แจงสถานการณ์และกำหนดมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันอุบัติเหตุ ระหว่างการซ่อมแซมผิวแอสฟัลต์บนทางหลวงหมายเลข 407 ตอนเขารูปช้าง–สงขลา ระยะทาง 1,300 เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินงานตามสัญญาตั้งแต่ 30 กันยายน – 28 ธันวาคม 2568 รวมระยะเวลา 90 วัน
. ที่ประชุมได้สั่งการให้บริษัทผู้รับเหมาปรับแผนงาน และเร่งรัดให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ธันวาคม เพื่อรองรับการเดินทางช่วงการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่
. นายนราเดช ระบุว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหาและข้อร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก จึงต้องเร่งประชุมบูรณาการแก้ไขโดยทันที พร้อมชี้แจงว่ามีประชาชนบางส่วนเข้าใจผิดว่าถนนถูกซ่อมซ้ำหลายครั้ง ทั้งที่ความจริงโครงการปัจจุบันเป็นงานใหม่ ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการวางท่อระบายน้ำของโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเมื่อโครงการเดิมแล้วเสร็จ พื้นที่จะต้องคืนให้กรมทางหลวงเพื่อดำเนินการซ่อมแซมผิวทางใหม่ตามระบบ
. ด้านนายนพดล คงประดิษฐ์ ชี้แจงว่า โครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และอยู่ภายใต้การดูแลของแขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 โดยมีระยะเวลาสัญญาตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน ถึง 28 ธันวาคม 2568 อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจังหวัดสงขลาเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ จึงต้องเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 7 ธันวาคม ทำให้งานก้าวหน้าได้ยากขึ้นและเกิดอุปสรรคหลายด้าน โดยเฉพาะสภาพอากาศในช่วงฤดูฝนที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน
. ทั้งนี้ในที่ประชุม มีมติให้ปรับรูปแบบการทำงานอย่างเร่งด่วน โดยการเปิดพื้นผิวถนนเต็มเลนทั้งสองฝั่งเพื่อลดความเสี่ยง ปรับแก้ปัญหาพื้นต่างระดับ ติดตั้งไฟนีออนและอุปกรณ์สัญญาณเตือนเพิ่มเติม เพิ่มรอบการฉีดล้างฝุ่นในช่วงกลางคืนเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ บูรณาการกำลังตำรวจจราจร และเทศกิจเพื่อดูแลความปลอดภัย พร้อมเร่งปูพื้นผิวถนนให้แล้วเสร็จเป็นช่วง ๆ โดยเร็วที่สุด
. สำหรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุหรือทรัพย์สินเสียหายระหว่างการก่อสร้าง สามารถแจ้งขอเยียวยาได้ที่แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1 ถนนปละท่า ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา หรือโทร. 074-311091 โดยต้องแนบหลักฐาน เช่น รูปถ่ายความเสียหาย บาดแผล สำเนาบัตรประชาชน บันทึกประจำวัน ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล และค่าซ่อมรถ เพื่อให้ผู้รับเหมาเข้าดำเนินการตามหลักเกณฑ์
. ด้าน พ.ต.ท.ฐาปนันท์ อัครกันทรากร เปิดเผยว่า สถานีตำรวจภูธรเมืองสงขลามีการวางแผนและประชาสัมพันธ์เส้นทางเลี่ยงเข้าเมือง เช่น ถนนติณสูลานนท์ และถนน 30 เมตร เพื่อให้ผู้ขับขี่ไปยังจุดหมายได้สะดวกและประหยัดเวลา พร้อมย้ำให้ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง เพื่อลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ
ศิริลักษณ์ / ข่าว
ธีรธรรม - ญาณภัทร /ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา