จังหวัดสงขลา ถอดบทเรียนอุทกภัยปี 2568 เดินหน้าเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย วางแผนโครงสร้างพื้นฐาน – ระบบเตือนภัย ยกระดับศักยภาพป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน
. วันนี้ (8 มกราคม 2569) ที่ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมือมหาอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อทบทวนสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมา วิเคราะห์ปัญหาและสาเหตุอย่างรอบด้าน ตลอดจนพิจารณาแนวทางจัดทำแผนงานโครงการทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ เพื่อเสริมศักยภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาในระยะยาว โดยมีหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
. ในการประชุม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในแต่ละด้าน เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางแก้ไขอย่างเป็นระบบ ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา รายงานการคาดการณ์สาเหตุมหาอุทกภัยในปี 2568 พบว่ามีปัจจัยหลักจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องและมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงผิดปกติ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำลักษณะแอ่งกระทะอย่างอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นจุดรับน้ำหลักของจังหวัด รวมถึงพื้นที่ใกล้ทะเลสาบสงขลาและแนวชายฝั่งที่เผชิญกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างในหลายอำเภอพร้อมกัน
. นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงปัจจัยด้านโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาเมือง ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่ซ้ำเติมสถานการณ์อุทกภัย เนื่องจากระบบระบายน้ำในเขตเมืองและคลองอู่ตะเภายังไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการก่อสร้างถนนและโครงสร้างคอนกรีตที่ขาดช่องระบายน้ำเพียงพอ การขยายตัวของเมืองที่รวดเร็วกว่าการวางผังเมือง รวมถึงการถมดินสร้างที่อยู่อาศัยในพื้นที่รับน้ำเดิม ซึ่งส่งผลให้เกิดการกีดขวางทางน้ำตามธรรมชาติและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก
. ทั้งนี้ เพื่อรับมือกับปัญหาในระยะยาว จังหวัดสงขลาได้เร่งขับเคลื่อนแผนงานรับมือมหาอุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งมาตรการเชิงโครงสร้าง อาทิ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองสะเดา โครงการพัฒนาคลองหวะ และโครงการขุดลอกคลองอู่ตะเภาซึ่งกำหนดแผนดำเนินการในช่วงปี พ.ศ. 2570 – 2572 ควบคู่กับมาตรการที่ไม่ใช่เชิงโครงสร้าง เช่น การจัดทำแผนเผชิญเหตุระดับจังหวัดและท้องถิ่น การอบรมเสริมสร้างศักยภาพการจัดการความเสี่ยงในชุมชน และการยกระดับศูนย์จัดการภัยพิบัติระดับตำบล พร้อมสนับสนุนอุปกรณ์และเรือช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มความพร้อมในการดูแลประชาชนอย่างเป็นระบบ
. ขณะเดียวกัน จากแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ พบว่าปริมาณฝนในพื้นที่ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีความแปรปรวนมากขึ้น ส่งผลให้หลายพื้นที่เผชิญความเสี่ยงต่อปัญหาน้ำท่วมเมืองและน้ำหลากฉับพลัน โดยเฉพาะในเขตชุมชนและพื้นที่ลุ่มต่ำ จังหวัดสงขลาจึงเน้นย้ำความสำคัญของการเตรียมความพร้อมทั้งด้านการบริหารจัดการน้ำ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้สอดรับกับสถานการณ์ใหม่ และการสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนสามารถปรับตัวได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน และเสริมสร้างความมั่นคงด้านการจัดการภัยพิบัติของจังหวัดในระยะยาวอย่างยั่งยืน
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา /ข่าว-ภาพ