จ.สงขลา เร่งควบคุมเพลิงไหม้บ่อขยะเกาะแต้ว หลังเกิดการปะทุซ้ำจากความร้อนสะสมชั้นลึกและอิทธิพลลมทะเล พร้อมแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการ 2 โซน ระดมเครื่องจักรและรถดับเพลิงเต็มกำลัง คาดสถานการณ์คลี่คลายภายใน 3–4 วัน
. วันนี้ (25 เมษายน 2569) เวลา 13.30 น. สถานการณ์เพลิงไหม้บ่อขยะในพื้นที่ตำบลเกาะแต้ว บริเวณบ้านบ่ออิฐ อำเภอเมืองสงขลา ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางดึกของวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา พบว่าพื้นที่ฝังกลบขยะรวมประมาณ 140 ไร่ ได้รับความเสียหายจากเพลิงไหม้เป็นวงกว้างราว 40 ไร่ แม้เจ้าหน้าที่จะสามารถควบคุมเพลิงและจัดทำแนวกันไฟได้ในระดับหนึ่งก่อนหน้านี้ แต่ในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ได้เกิดการปะทุของเปลวไฟขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากความร้อนสะสมในชั้นขยะระดับลึก ประกอบกับอิทธิพลของกระแสลมทะเล อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ยังคงมีกลุ่มควันและความร้อนสะสมหลงเหลือในพื้นที่
. สำหรับการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ได้แบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 โซน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์ โดยโซนที่ 1 อยู่ภายใต้การควบคุมของหัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา รับผิดชอบพื้นที่หลักที่มีความรุนแรงของเพลิง ใช้เครื่องจักรหนักขุดเปิดหน้าขยะ ควบคู่กับการระดมรถดับเพลิงฉีดน้ำเข้าควบคุมจุดต้นเพลิงอย่างใกล้ชิด ขณะที่โซนที่ 2 อยู่ภายใต้การดูแลของหัวหน้างานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแต้ว มุ่งเน้นควบคุมพื้นที่โดยรอบและแนวกันชน เพื่อป้องกันการลุกลามของไฟและลดการฟุ้งกระจายของควัน
. ด้านนายรอเซ็ง ไหรเจริญ นายกเทศมนตรีตำบลเกาะแต้ว ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลาว่า ได้ยกระดับการปฏิบัติงาน โดยระดมรถแบคโฮเพิ่มเป็น 9 คัน และรถดับเพลิงกว่า 20 คัน พร้อมใช้กลยุทธ์ “ขุดบ่ออัดน้ำ” โดยให้รถแบคโฮขุดเปิดหน้าขยะเป็นบ่อ ก่อนฉีดน้ำลงไปให้ซึมถึงชั้นใต้ดิน เพื่อลดความร้อนสะสมอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ มีหน่วยงานจากภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยทหาร สนับสนุนกำลังและเครื่องจักรอย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมได้ตรวจวัดคุณภาพอากาศ พบว่าบางพื้นที่มีค่าฝุ่นละอองอยู่ในระดับที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
. อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานยังเผชิญอุปสรรคจากสภาพพื้นที่ซึ่งเป็นกองขยะเก่าหมักหมม ทำให้รถดับเพลิงเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้ยาก จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรหนักเปิดทาง โดยคาดว่าหากดำเนินการตามแผนอย่างต่อเนื่อง สถานการณ์จะคลี่คลายและสามารถดับไฟได้สนิทภายใน 3–4 วัน นอกจากนี้ เทศบาลตำบลเกาะแต้วได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านสาธารณสุข ลงพื้นที่ติดตามผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมแจกจ่ายหน้ากากอนามัย ยาหยอดตา และยารักษาอาการระคายเคืองทางเดินหายใจ รวมถึงจัดเตรียมสถานที่พักพิงชั่วคราวสำหรับกลุ่มเปราะบางและผู้ป่วยติดเตียง ตลอดจนจัดรถรับ-ส่งสำหรับผู้ที่ประสงค์ย้ายไปพักอาศัยกับญาติอย่างต่อเนื่อง
. ขณะเดียวกัน จังหวัดสงขลา ภายใต้การอำนวยการของนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัด ลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ข่าว-ภาพ