พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ พระเทพสิทธิวิเทศ อดีตเจ้าอาวาสวัดอานันทเมตยาราม และอดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสิงคโปร์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอาลัยจากคณะสงฆ์ ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศ
วันที่ 26 เมษายน 2569 ณ เมรุชั่วคราววัดท่าหิน อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเพลิงศพ พระเทพสิทธิวิเทศ (สุจินต์ โชติปัญโญ ป.ธ.6, M.A.) อดีตเจ้าอาวาสวัดอานันทเมตยาราม และอดีตประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสิงคโปร์ ในการนี้ ได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวชิรมังคลาจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนใต้ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ พร้อมด้วย พระเถรานุเถระ พระธรรมทูตไทยในต่างประเทศ และคณะสงฆ์ โดยมีนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ พุทธศาสนิกชนและศิษยานุศิษย์ร่วมถวายความอาลัย
เวลา 15.00 น. ขบวนอัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานมาถึงบริเวณพิธี ข้าราชการ ศิษย์ยานุศิษย์ และประชาชน ตั้งแถวรอรับกล่องเพลิงพระราชทาน เจ้าหน้าที่อัญเชิญกล่องเพลิงพระราชทานขึ้นวางประจำจุดเตรียมประกอบพิธี มีการอ่านหมายรับสั่ง อ่านประวัติพระเทพสิทธิวิเทศ (สุจินต์ โชติปัญโญ ป.ธ.6, M.A.) จากนั้นผู้ร่วมพิธียืนไว้อาลัย 98 วินาที จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ทอดผ้าไตรประทาน 3 ไตร จากเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และทอดผ้าไตรพระราชทาน 5 ไตร ประธานสงฆ์พิจารณาผ้าไตรบังสุกุล พร้อมวางช่อดอกไม้จันทน์พระราชทาน ช่อดอกไม้จันทร์ประทาน และดอกไม้จันทร์ ตามลำดับ
พระเทพสิทธิวิเทศ (สุจินต์ โชติปัญโญ ป.ธ.6, M.A.) เดิมชื่อ สุจินต์ ไชยเหมวงศ์ เป็นบุตรของนายยก-นางบุญจวง ไชยเหมวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2472 ตําบลท่าหิน อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา และเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ด้วยการบรรพชาและอุปสมบท ณ วัดท่าหิน โดยบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2484 ขณะอายุได้ 14 ปี และอุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ 2491 ขณะอายุ 20 ปี ณ พัทธสีมาวัดแหลมวัง ตําบลคูขุด อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ได้รับฉายาทางธรรมว่า โชติปัญโญ แปลว่า ผู้มีปัญญาอันสว่างไสว ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ ในการศึกษาพุทธธรรมเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พระเดชพระคุณพระเทพสิทธิวิเทศ จึงได้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัย จนจบเปรียญธรรม 6 ประโยค ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี สาขาพระพุทธศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัย มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หลังจากนั้นได้ศึกษาต่อใน ระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยปูน่า ประเทศอินเดีย จนสําเร็จ พระเดชพระคุณพระราชสิทธิวิเทศ เป็นผู้มีทักษะความชำนาญด้านภาษาสามารถบรรยายธรรมภาษาอังกฤษให้แก่ชาวพุทธนานาชาติได้อย่างลุ่มลึกจนเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ตลอดชีวิตของท่าน มีความมั่นคง เคร่งครัด ในพระธรรมวินัย จนเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชน และเป็นที่ไว้วางใจ ของพระเถระผู้ใหญ่ เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต (ทรัพย์ โฆสกมหาเถระ) จึงทรงมีพระบัญชาให้ไปปฏิบัติศาสนกิจ ณ วัดอานันทเมตยาราม ประเทศสิงคโปร์ และแต่งตั้งให้ดำรงตําแหน่ง เจ้าอาวาสวัดอานันทเมตยาราม ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ 2516 ตลอดมา จนท่านมรณภาพ สิริรวมอายุ 96 ปี 77 พรรษา
ด้วยจริยาวัตรอันงดงาม และศาสนกิจที่ปรากฎ ในปี พ.ศ. 2539 พระเดชพระคุณพระราชสิทธิวิเทศ ได้รับการโปรดเกล้าพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ นามว่า พระปัญญาธรรมวิเทศ ชั้นราช นามว่า พระราชสิทธิวิเทศ และในปี พ.ศ 2547 ได้เลื่อนสมณศักดิ์ ชั้นเทพ นามว่า พระเทพสิทธิวิเทศ การได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติคุณนี้ เนื่องในฐานะพระมหาเถระ ผู้ทําคุณประโยชน์ ต่อประเทศชาติ และรักษาศาสนสถาน อันเป็นประวัติศาสตร์ตามพระราชดําริในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวไว้ได้อย่างเข้มแข็ง รวมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ "วัดอานันทเมตยาราม" ให้เป็นวัด ศูนย์กลางการรวมใจประชาชนสองแผ่นดิน จนคณะสงฆ์ในประเทศสิงคโปร์ มีมติให้ท่านดํารงตําแหน่ง ประธานสมัชชาสงฆ์ไทยในประเทศสิงคโปร์ ตลอดชีวิตท่านได้อุทิศตนและเสียสละอย่างยิ่งใหญ่ ถึงแม้ตัวจะอยู่ไกล แต่ใจยังรักบ้านเกิดเมืองนอนเสมอ พระเดชพระคุณพระเทพสิทธิวิเทศได้สร้างพระเจดีย์ ศรีมหาโพธ์อันงดงาม กุฏิเจ้าอาวาส ที่พักสงฆ์ อุโบสถ และจัดตั้งกองทุนสงเคราะห์ไว้ ณ วัดท่าหิน อําเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา
บรรยากาศภายในพิธีเป็นไปด้วยความสงบ สำรวม เต็มไปด้วยความอาลัย โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ คณะสงฆ์จากหลายพื้นที่ ศิษยานุศิษย์ และพุทธศาสนิกชนทั้งในและต่างประเทศ เข้าร่วมพิธีเพื่อแสดงความเคารพและสำนึกในพระคุณของพระเทพสิทธิวิเทศเป็นครั้งสุดท้าย
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ