นายกฯ “อนุทิน” พบปะมวลชน สร้างความเชื่อมั่น "รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งประชาชน" ตอกย้ำความพร้อมรับมือภัยพิบัติในพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชน จ.สงขลา
วันนี้ (วันที่ 10 กรกฎาคม 2569) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และคณะผู้บริหาร หลังจากได้ลงพื้นที่เพื่อตรวจติดตามสภาพความเสียหายของคันคลองระบายน้ำ ร.1 บริเวณประตูระบายน้ำคลอง ร.1 ตำบลท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยและกระแสน้ำกัดเซาะ จากฝนตกหนักในช่วงปลายปี 2568 ส่งผลให้โครงสร้างคันคลองและระบบระบายน้ำได้รับความเสียหาย โอกาสนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน ผู้ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่กว่า 600 คน ร่วมรอให้การต้อนรับ ณ วัดท่าช้าง อ. บางกล่ำ จ.สงขลา
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีฯ ได้กล่าวว่า วันนี้ได้ใช้โอกาสอย่างเต็มที่ เมื่อเช้าอยู่ที่กัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย และข้ามมายังพรมแดนสะเดา เพื่อร่วมกับนายกรัฐมนตรีของมาเลเซียเปิดด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ และเปิดถนนเชื่อมที่จะทำให้การสัญจรข้ามแดนระหว่างประเทศมาเลเซียและประเทศไทย มีความสะดวก การขนส่งสินค้ามีความรวดเร็ว
สำหรับวันนี้ไม่ได้เเค่มาเยี่ยมเยียน แต่มาเพื่อป้องกันสกัดกั้นภัยธรรมชาติ หน้าน้ำกำลังจะมาถึง ปีที่แล้วจังหวัดสงขลาได้รับความเสียหายมาก เราก็ถอดบทเรียนต่างๆ มา และนำมาเตรียมตัวอย่างเต็มที่ ที่จะไม่ให้ความเสียหายเหล่านี้เกิดซ้ำขึ้นอีกพี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องประสบความยากลำบาก
โดยคณะรัฐมนตรี มาด้วยความตั้งใจแก้ปัญหา ทุกหน่วยพร้อมบูรณาการการมีส่วน กระทรวงการคลังต้องดูแลเรื่องงบประมาณ เพื่อนำลงมาช่วยพ่อแม่พี่น้อง กระทรวงการท่องเที่ยวก็ต้องมาดูแลหาทางไม่ให้นักท่องเที่ยวลดลง รวมถึงหาแนวทางในการดูแลความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว
กระทรวงสาธารณสุขก็ต้องมาดูแล เรื่องการดูแลผู้ป่วยเมื่อเกิดอุทกภัย มีการปรับปรุงสภาพโรงพยาบาลต่างๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลหาดใหญ่ต้องปรับปรุงสภาพกลับมาเพื่อให้มีความพร้อมหากเกิดกรณีฉุกเฉิน
จากกรณีน้ำท่วมปลายปี 2568 นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างๆก็ลงมาดูแลตั้งวันแรก จากนั้นก็กลับไปเร่งเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาและให้หน่วยงานต่างๆ เร่งช่วยเหลือประชาชน เราป้องกันฝนไม่ให้ตกไม่ได้ เรารู้ว่าฝนตกลงมาหนัก น้ำมาจากทั่วทุกสารทิศ แต่ถ้าเกิดขึ้นเราต้องบอกพี่น้องประชาชนได้ว่า เราได้เตรียมการป้องกันไว้เต็มที่แล้ว
การช่วยเหลือต่างๆ ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญว่าจะช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องอย่างไร ศูนย์พักพิงก็ต้องเตรียมไว้ต่อให้ท่วมหรือไม่ท่วม โชคดีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้จัดตั้งศูนย์อพยพอย่างทันท่วงที ทำให้พวกเราทุกคนปลอดภัยจากอันตรายต่างๆ ต่อมาสำคัญอีกอย่าง คือ ต้องมาเร่งปัดกวาดขยะสิ่งของที่น้ำพัดมา ซึ่งตอนนั้นใช้เวลาถึง 1 เดือน กว่าหาดใหญ่จะเข้าสู่ภาวะปกติ
ขอให้พี่น้องมั่นใจว่ารัฐบาลไม่เคยทอดทิ้ง วันนี้ก็มาตรวจที่คลอง ร.1 ได้เห็นความเสียหายแล้ว พ่อแม่พี่น้องไม่ต้องกังวล ทางกรมชลประทานได้เตรียมการซ่อมแซม กรมทางหลวงก็จะซ่อมแซมเรื่องถนนหนทางต่างๆ ในเรื่องการป้องกันการเตรียมการ
ส่วนงบประมาณก็คงต้องใช้งบกลาง ของนายกรัฐมนตรีในการนำมาช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องชาวจังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ภายในสิ้นปี 2569 นี้ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
อย่างไรก็ตามขอให้มีความเชื่อมั่นว่า สงขลาเป็นจังหวัดสำคัญของประเทศไทย ยิ่งไปเยือนประเทศมาเลเซีย ทราบข้อมูลว่า การค้าขายระหว่างสองประเทศ ปีละราว 800,000 กว่าล้านบาท นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ประเทศ ได้ตั้งเป้าร่วมกันว่า ปีหน้า 2570 จะผลักดันให้ถึง 1,000,000 ล้านบาท/ปี
โดยใน 800,000 ล้านบาท กว่า 200,000 ล้านบาท ผ่านที่ด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา นอกจากนั้นเรื่องของนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหานักท่องเที่ยวจีนลดลง เเต่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพิ่มรายได้ให้แก่จังหวัดภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดสงขลา คือ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องดำเนินการทุกอย่างในการอำนวยความสะดวก ให้การค้าขายและการท่องเที่ยว การเข้ามาประกอบธุรกิจต่างๆ มีความสะดวกมากที่สุด เพื่อสร้างรายได้และสร้างโอกาสต่างๆ จากความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของสองประเทศ ไม่ว่าจะเปิดถนนเชื่อม เพิ่มเที่ยวบิน เเละยังเพิ่มเส้นทางการเดินเรือด้วย ประเด็นนี้จึงขอให้พี่น้องชาวสงขลาได้สนับสนุนในการเป็นเจ้าบ้านที่ดี
อีกเรื่องคือ ความสงบสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ รัฐบาลชุดนี้ถือว่าโชคดีที่ได้ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการช่วยเจรจาหาวิธีให้เกิดสันติสุขให้เร็วที่สุดในภูมิภาคแห่งนี้
ขอให้มั่นใจอะไรที่ไม่เกินอำนาจในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็จะอนุมัติอย่างแน่นอน อะไรที่เกินอำนาจก็จะเร่งนำเข้าคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเร่งอนุมัติงบประมาณเหล่านี้มาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวสงขลา รวมถึงจังหวัดที่มีผลกระทบจากอุทกภัยทางน้ำทุกท่าน
หลังจากนั้น นายกรัฐมนตรีและคณะ ได้เดินพบปะพูดคุยกับพี่น้องประชาชน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต่างดีใจที่นายกลงมารับทราบปัญหาในพื้นที่ด้วยตัวเอง พร้อมร่วมขอถ่ายรูปเซลฟี่ ด้วยความดีใจ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวต่ออีกว่า "ไม่ทอดทิ้งประชาชนอยู่แล้ว" ก่อนจะเดินทางขึ้นไป สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในอุโบสถ และนมัสการเจ้าอาวาสวัดท่าช้าง อำเภอบางกล่ำ จังหวัดสงขลา ก่อนเดินทางไปประชุมสรุปภารกิจและการติดตามในพื้นที่จังหวัดสงขลา ณ โรงแรมซิกเนเจอร์ อ.คลองหอยโข่ง จ.สงขลา
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ภาพ-ข่าว