จังหวัดสงขลา ยกระดับความพร้อมรับมือฤดูฝน ปี 2569 บูรณาการทุกภาคส่วนประเมินสถานการณ์น้ำ ใช้ AI "หาดใหญ่โมเดลพลัส" เสริมระบบเตือนภัยเชิงรุก พร้อมตรึงกำลังเครื่องจักร-เครื่องสูบน้ำ ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง สร้างความมั่นใจให้ประชาชนตลอดช่วงฤดูฝน
วันนี้ (17 สิงหาคม 2569) เวลา 15.00 น. ณ ห้องประชุมศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์น้ำ และการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนภัยจากอุทกภัย วาตภัย และดินถล่มจังหวัดสงขลา ปี 2569 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ ผู้แทนหน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา มูลนิธิ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกว่า 30 คน เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการข้อมูลสถานการณ์น้ำ ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ ประเมินพื้นที่เสี่ยง และกำหนดแนวทางการแจ้งเตือนประชาชนให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นเอกภาพ
ที่ประชุมได้รับทราบภาพรวมสถานการณ์น้ำของจังหวัดสงขลาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก , สำนักงานชลประทานที่ 16 , สำนักงานโครงการชลประทานจังหวัดสงขลา , สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 , สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาค 4 , และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา ซึ่งทุกหน่วยงานยังคงติดตาม เฝ้าระวัง และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมเตรียมแผนปฏิบัติการ เครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่รองรับสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม โดยเน้นการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ ลดความเสี่ยง และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงตลอดช่วงฤดูฝน
โครงการชลประทานสงขลา รายงานว่า ปริมาณฝนสะสมของจังหวัดสงขลา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 16 สิงหาคม 2569 อยู่ที่ 526.2 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติ -325.4 มิลลิเมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำคลองสะเดา อ่างเก็บน้ำคลองหลา และอ่างเก็บน้ำคลองจำไหร มีปริมาณน้ำรวม 27.049 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุรวม อยู่ในเกณฑ์ "น้ำพอใช้" โดยมีอ่างเก็บน้ำอยู่ในเกณฑ์น้ำน้อย 1 แห่ง และเกณฑ์น้ำพอใช้ 2 แห่ง ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภามีแนวโน้มลดลง ทั้งนี้ โครงการชลประทานสงขลา ได้ดำเนินมาตรการรองรับฤดูฝนครบทั้ง 6 ด้าน ประกอบด้วย การกำหนดพื้นที่เฝ้าระวังน้ำท่วม 22 จุด การบริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำตาม Rule Curve การเตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องจักร การตรวจสอบความพร้อมของอาคารชลศาสตร์ ระบบโทรมาตร และคันกั้นน้ำ การกำจัดวัชพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ตลอดจนการดำเนินโครงการงบกลางช่วยเหลืออุทกภัย ปี 2569 วงเงินรวมกว่า 603 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา
ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 รายงานว่า ได้ติดตามสถานการณ์ฝนจากข้อมูลพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาและประเมินสถานการณ์น้ำผ่านศูนย์อำนวยการตลอด 24 ชั่วโมง โดยปัจจุบันปริมาณฝนเฉลี่ยสะสมของจังหวัดสงขลาอยู่ที่ 582.75 มิลลิเมตร ซึ่งยังต่ำกว่าค่าปกติในช่วงเวลาเดียวกัน ขณะที่ระดับน้ำในลำน้ำสายหลักทุกจุดยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง และในช่วงวันที่ 10 - 17 สิงหาคม 2569 ระบบเตือนภัยล่วงหน้าน้ำท่วม - ดินถล่ม (Early Warning System : EWS) ยังไม่พบการแจ้งเตือนในพื้นที่จังหวัดสงขลา นอกจากนี้ ยังได้เตรียมความพร้อมด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์สนับสนุน อาทิ เครื่องสูบน้ำหลายขนาด รถบรรทุกน้ำ รถบรรทุกติดเครน และเครื่องจักรกลต่าง ๆ พร้อมนำออกปฏิบัติการได้ทันทีเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
ขณะเดียวกัน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 12 สงขลา ได้รายงานความพร้อมด้านกำลังพล เครื่องจักร และอุปกรณ์สนับสนุน รวมทั้งสิ้น 161 หน่วย ประกอบด้วยรถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย เรือกู้ภัยประเภทต่าง ๆ เครื่องสูบน้ำ และอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำและเครื่องสูบน้ำระยะไกลในพื้นที่เสี่ยง 12 จุด ครอบคลุม 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอรัตภูมิ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสิงหนคร และอำเภอเมืองสงขลา รวมทั้งดำเนินการขุดลอกวัชพืช ผักตบชวา และตะกอนดินในลำน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมในช่วงฤดูฝน
ในส่วนของการยกระดับระบบเตือนภัย ที่ประชุมได้ติดตามการบูรณาการเทคโนโลยีตามแนวทางของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในการประเมินพื้นที่เสี่ยงด้วยข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและการบริหารจัดการน้ำเชิงรุก ควบคู่กับการติดตามระบบเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งประยุกต์ใช้แบบจำลองอุทกวิทยาและเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา โดยศูนย์วิจัยภัยพิบัติทางธรรมชาติภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภายใต้แนวทาง "หาดใหญ่โมเดลพลัส" พร้อมทั้งร่วมกันพิจารณาแนวปฏิบัติ (Protocol) การแจ้งเตือนอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เพื่อให้การแจ้งเตือนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน มีความถูกต้อง แม่นยำ และสามารถสื่อสารถึงประชาชนได้อย่างทันท่วงที
ด้านนายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การรับมืออุทกภัยจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ โดยต้องประเมินทั้งปริมาณน้ำในเขื่อนและแหล่งกักเก็บน้ำ ความสามารถในการรองรับน้ำของพื้นที่ และศักยภาพในการระบายน้ำลงสู่ทะเล เพื่อให้สามารถวางแผนและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม ขณะเดียวกันเมื่อเกิดน้ำท่วมแล้ว ต้องมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนทั้งการแจ้งเตือน การเตรียมพื้นที่ปลอดภัย และการอพยพประชาชน โดยจังหวัดให้ความสำคัญกับการดำเนินงาน 2 ด้านควบคู่กัน คือ การจัดการน้ำก่อนเกิดสถานการณ์ และการเตรียมความพร้อมรับมือเมื่อเกิดน้ำท่วมแล้ว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ภาคประชาชนตามแนวทาง "หาดใหญ่โมเดลพลัส" ของมูลนิธิชุมชนสงขลา โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเครือข่ายชุมชนในการเฝ้าระวังและรับมืออุทกภัยอย่างเป็นระบบ พร้อมบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและการแจ้งเตือนผ่านสถานีวิทยุ ระบบ Cell Broadcast สื่อสังคมออนไลน์ และช่องทางประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และสามารถเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะนำไปสู่การลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในช่วงฤดูฝนปี 2569
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา//ภาพ-ข่าว