จังหวัดสงขลา เข้มงวดมาตรการรักษาความปลอดภัย 4 อำเภอชายแดน บูรณาการกำลังความมั่นคงและฝ่ายปกครอง หลังเกิดเหตุก่อกวนเผายางรถยนต์ในพื้นที่อำเภอเทพา มุ่งเร่งสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
. จากกรณีเหตุก่อกวนเผายางรถยนต์ริมทางหลวงหมายเลข 43 หมู่ที่ 4 ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายหลักเชื่อมโยงจังหวัดสงขลากับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ทางจังหวัดสงขลา ได้เร่งประสานหน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ยกระดับมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันการเกิดเหตุซ้ำ
. ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบหมายให้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางรักษาความสงบเรียบร้อย ณ ห้องประชุมหมออนามัย ชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขอำเภอนาทวี โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43, หน่วยเฉพาะกิจสงขลา, ตัวแทนฝ่ายปกครอง, ตำรวจ และทหาร (3 ฝ่าย) จากพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ เทพา นาทวี จะนะ และสะบ้าย้อย เข้าร่วมประชุมเพื่อบูรณาการการทำงาน ทบทวนแผน และยกกระดับมาตรการความมั่นคงรับมือเหตุก่อกวนเชิงสัญลักษณ์อย่างเข้มงวด
. นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มีความห่วงใยต่อสถานการณ์ จึงสั่งการให้ทุกหน่วยงานวางแนวทางเฝ้าระวังเส้นทางคมนาคมสายหลักอย่างเข้มงวด พร้อมเร่งรัดตรวจสอบกล้องวงจรปิดและพยานหลักฐานเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่นโยบายหลักยังคงเน้นย้ำการสร้างความมั่นใจและรักษาความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
. ด้านนายสราวุธ ซุ่นพงศ์ นายอำเภอเทพา ได้รายงานรายละเอียดเหตุการณ์ว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 00.50 น. ของวันที่ 30 กันยายน 2569 บริเวณริมทางหลวงหมายเลข 43 บ้านกรงอิตำ หมู่ที่ 4 ตำบลเกาะสะบ้า ซึ่งฝ่ายปกครองและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านได้เข้าควบคุมสถานการณ์จนสงบลงในเวลาประมาณ 02.30 น. หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (EOD) ร่วมกับตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจเร่งเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในพื้นที่เพื่อนำไปขยายผลทางคดี
. ภายหลังเกิดเหตุ หน่วยงานความมั่นคงและฝ่ายปกครองในพื้นที่ 4 อำเภอชายแดน ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจตราและเฝ้าระวังครอบคลุมทั้งเส้นทางสายหลัก จุดยุทธศาสตร์ และแหล่งชุมชน พร้อมทบทวน ปรับแผนการปฏิบัติงานของจุดตรวจและชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยกำชับให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานด้วยความรอบคอบและคำนึงถึงความปลอดภัยของชุดปฏิบัติการเป็นสำคัญ
. ขณะเดียวกัน สถานีตำรวจภูธรเทพา ได้บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง อาสารักษาดินแดน (อาสาสมัคร) และกำลังทหารจากหน่วยเฉพาะกิจสงขลา เพิ่มการลาดตระเวนดูแลความปลอดภัยตามเส้นทางคมนาคมและสถานที่ที่มีประชาชนใช้บริการเป็นจำนวนมาก พร้อมดึงภาคประชาชนในพื้นที่เข้ามาร่วมแจ้งเบาะแสและเฝ้าระวัง เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิติ
. รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวเน้นย้ำว่า จังหวัดให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งในเชิงป้องกันและการตอบสนองต่อเหตุการณ์ โดยมอบหมายให้ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และทหาร ร่วมกันกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน เพื่อป้องกันและสกัดกั้นเหตุก่อกวนในรูปแบบต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นตามเส้นทางคมนาคมสำคัญ พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งรายงานเหตุการณ์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องต่อผู้บังคับบัญชาอย่างรวดเร็ว เพื่อให้สามารถประสานการสนับสนุนและเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที
. นอกจากนี้ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความระมัดระวังในการเผยแพร่ข้อมูลและภาพเหตุการณ์ โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อความปลอดภัยและการนำข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม พร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการกับสัญลักษณ์หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการก่อกวนตามขั้นตอนที่เหมาะสม รวมทั้งเพิ่มการดูแลพื้นที่ราชการและสถานที่สำคัญที่อาจมีความเสี่ยง เพื่อให้การรักษาความปลอดภัยครอบคลุมทุกพื้นที่
. ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาและหน่วยงานความมั่นคงจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและบูรณาการกำลังทุกภาคส่วนในการป้องกันเหตุ เพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ใช้เส้นทางและนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ภาพ-ข่าว