ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ประชุมทุกภาคส่วน เดินหน้ามาตรการรับมืออุทกภัยหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ ระดมกำลังพล เครื่องมือ และระบบเตือนภัย เตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง ย้ำติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด ห้ามประมาทโดยเด็ดขาด
. วันนี้ (5 ตุลาคม 2569) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยจังหวัดสงขลา ปี 2569 และการประชุมคณะกรรมการดำเนินการกรณีเกิดอุทกภัยในพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยรอบเทศบาลนครหาดใหญ่ เพื่อมอบนโยบายและติดตามความพร้อมการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ ทั้งต้นน้ำ ทางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีนายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
. ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เน้นย้ำมาตรการป้องกันอุทกภัยอย่างเข้มข้น โดยสั่งการให้รวมศูนย์เครื่องจักรกล รถยกรถสูง เรือ และอุปกรณ์สาธารณภัยไว้ที่ศูนย์ช่างกล เพื่อความรวดเร็วในการกระจายเครื่องมือเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีเมื่อเกิดเหตุ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา (ปภ.) ร่วมหารือกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการบูรณาการศูนย์บริหารจัดการน้ำเข้าด้วยกันเป็นหน่วยงานเดียว เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
. พร้อมกันนี้ ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งรัดขุดลอกล่องน้ำในจุดที่ยังค้างอยู่ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหากระบวนการขุดลอกสะดุดเมื่อสิ้นสุดงบประมาณ ขอความร่วมมือ อบจ. ท้องถิ่น กรมชลประทาน และกรมทางหลวง เร่งขจัดวัชพืชควบคู่ไปกับงานขุดลอก อีกทั้งเน้นย้ำการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในระดับพื้นที่ โดยให้ท้องถิ่นสนับสนุนอุปกรณ์ อาทิ ถุงมือ เพื่อให้ชุมชนช่วยกันจัดเก็บเศษขยะและพลาสติกบริเวณปากท่อระบายน้ำ ตั้งเป้ารณรงค์ทุก 2 สัปดาห์ ตลอดจนประสานงานกับแขวงทางหลวงเพื่อตรวจสอบผังระบบระบายน้ำและถางป่าหญ้าที่ปิดบดบังช่องทางน้ำ เพื่อเปิดทางระบายน้ำให้ไหลได้สะดวกสูงสุด
. นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานเฝ้าระวัง ติดตาม และประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด หากคาดว่าจะเกิดสถานการณ์ให้แจ้งเตือนภัยทันที บูรณาการกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัย สื่อสารข้อมูลตามข้อเท็จจริงอย่างถูกต้องและเป็นเอกภาพเพื่อป้องกันข่าวปลอม และให้คณะกรรมการฯ ทุกคณะดำเนินการตามภารกิจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งการให้ผู้อำนวยการระดับอำเภอ และนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเข้าช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดน้ำท่วม จัดซื้อจัดหาสิ่งของจำเป็นเข้าศูนย์พักพิงทุกแห่งอย่างเหมาะสมโดยเร็ว ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี
. ในด้านการดูแลคุณภาพชีวิตผู้ประสบภัย ได้กำชับให้ตั้งโรงครัวในแต่ละพื้นที่ควบคู่กับโรงครัวกลางเพื่อสนับสนุนเสบียงอย่างเป็นระบบ ป้องกันปัญหาขาดแคลนหรือตกหล่น พร้อมสั่งการ ปภ. กระจายเครื่องสูบน้ำเข้าประจำจุดน้ำท่วมซ้ำซากเชิงรุกทันทีโดยไม่ต้องรอร้องเรียน เช่น พื้นที่น้ำน้อย ทางไปบ้านพรุ และอำเภอสะเดา อีกทั้งให้พื้นที่ที่มีทรัพยากรเหลือส่งสนับสนุนศูนย์บัญชาการจังหวัดเพิ่มเติม โดยเน้นย้ำว่าสภาพอากาศและฤดูกาลในปัจจุบันมีความผันผวนสูงจนไม่สามารถคาดการณ์ได้เหมือนในอดีต จึงขอให้ทุกฝ่ายเตรียมพร้อมรับมือตลอดเวลา และห้ามประมาทหรือไว้วางใจสถานการณ์อย่างเด็ดขาด
. ขณะที่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานว่า ภาคใต้อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ฝนเริ่มกระจายตัวบริเวณชายฝั่ง และตั้งแต่วันที่ 9 ตุลาคมเป็นต้นไป จะมีมวลอากาศเย็นแผ่เสริม ทำให้ปริมาณฝนหนาแน่นขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอนาทวี อำเภอสะเดา และอำเภอจะนะ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีวัดได้ 751 มิลลิเมตร ซึ่งยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ขณะที่อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 3 แห่งในพื้นที่ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำสะเดา คลองจำไหร และคลองหลา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำกักเก็บเฉลี่ยร้อยละ 28 ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่าร้อยละ 72 และระดับน้ำในลำน้ำสายหลักยังคงต่ำกว่าตลิ่งทุกสถานี
. ด้านความพร้อมของหน่วยงานปฏิบัติ ทางกรมชลประทานและสำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 ได้เตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลรวมหลายร้อยหน่วย พร้อมปรับปรุงเกณฑ์การบริหารจัดการน้ำ (Rule Curve) เฝ้าระวังจุดเสี่ยงอุทกภัย 22 จุด และกำหนดเกณฑ์สังเกตระดับน้ำบริเวณสะพานอย่างง่ายเพื่อให้ประชาชนติดตามได้เอง เช่น สถานี X.173 (สะพานท่านข้าม อ.สะเดา) และสถานี X.90 (เทศบาลเมืองพะวง) เพื่อเตือนภัยให้ยกของขึ้นที่สูงได้ทันท่วงที ขณะที่กรมเจ้าท่าเร่งขุดลอกคลองระบายน้ำสำคัญ อาทิ คลองร.1, คลองอู่ตะเภา และคลองระบายน้ำสายต่างๆ ซึ่งหลายจุดดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วและบางจุดมีความคืบหน้ากว่าร้อยละ 80
. ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ภาค 4 ได้นำเสนอผลการถอดบทเรียนอุทกภัย พร้อมนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ติดตามสถานการณ์น้ำแบบเรียลไทม์ เช่น แอปพลิเคชัน National Thai Water, ระบบ Water Chart และการประเมินสถานการณ์ร่วมกับ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง วันละ 2 รอบ โดยจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะร่วมกันติดตามสภาพอากาศและระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชนในช่วงฤดูมรสุมนี้
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา/ภาพ-ข่าว