ผู้ว่าฯ สงขลา ร่วมประชุม บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีกำชับทุกจังหวัด เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและเตรียมแผนเผชิญเหตุรับมืออุทกภัย เร่งสำรวจจัดทำบัญชีครัวเรือนผู้ประสบภัย เพื่อส่งเรื่องเยียวยาโดยเร็ว พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์เยียวยาให้ทั่วถึง

ผู้ว่าฯ สงขลา ร่วมประชุม บกปภ.ช. ติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน นายกรัฐมนตรีกำชับทุกจังหวัด เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงและเตรียมแผนเผชิญเหตุรับมืออุทกภัย เร่งสำรวจจัดทำบัญชีครัวเรือนผู้ประสบภัย เพื่อส่งเรื่องเยียวยาโดยเร็ว พร้อมเร่งประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์เยียวยาให้ทั่วถึง

วันนี้ (6 ตุลาคม 2569) เวลา 08.30 น. ณ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา วิทยาลัยอาชีวศึกษาบริหารธุรกิจวิทยา (บธว.) อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา นายวินิจ เทพนิต นายอำเภอเมืองสงขลา รักษาราชการปลัดจังหวัดสงขลา นายวิญญู สิงหเสม ท้องถิ่นจังหวัดสงขลา นางสาวชมฤดี นาทะศิริ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา นายแพทย์ปพน ดีไชยเศรษฐ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสงขลา ผู้แทนหัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีทัศน์ทางไกล

ประเด็นสำคัญประกอบการบริหารสาธารณภัยของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) โดยอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สรุปสถานการณ์ภาพรวมการบริหารจัดการน้ำ 5 ด้าน ได้แก่ 1.น้ำจากฟ้า พบบริเวณฝนตกหนักและปริมาณฝนสูงสุด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ปริมาณน้ำฝนสูงสุด 192 มม. และ เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร ปริมาณน้ำฝนสูงสุด 106.4 มม. โดยช่วงวันที่ 6–7 ตุลาคม 2569 จะมีฝนตกหนักในภาคเหนือ ภาคกลาง กทม. ปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ 2.น้ำท่า/น้ำในแม่น้ำ ลุ่มน้ำเจ้าพระยา (ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา สถานี C.13 อ.สรรพยา จ.ชัยนาท) อัตราการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลบ.ม./วินาที ส่วนลุ่มน้ำป่าสัก (ท้ายเขื่อนพระราม 6 สถานี S.26 อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา) มีปริมาณน้ำไหลผ่าน 719 ลบ.ม./วินาที มีแนวโน้มปริมาณน้ำสูงขึ้น ปัจจุบันระดับน้ำสูงกว่าระดับตลิ่ง 0.64 เมตร (ไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร) 3.น้ำในเขื่อน เขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมเกินกว่า 82% ของความจุ โดยเขื่อนหลักของภาคเหนือ (เขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์) ยังสามารถรองรับน้ำได้อีก 6,196 ล้าน ลบ.ม. (คิดเป็น 27%) 4. น้ำทะเลหนุน ให้เฝ้าระวังช่วงบ่ายของทุกวัน เนื่องจากเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูง เพื่อปรับช่วงเวลาระบายน้ำให้สอดคล้องกับจังหวะปรากฏการณ์น้ำขึ้น-ลงเพื่อลดผลกระทบ และ 5. แนวโน้มสถานการณ์และการเฝ้าระวัง โดยเน้นการติดตามฝนตกหนักในวันที่ 6–7 ตุลาคม 2569 และช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 คาดว่าภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง กทม. ปริมณฑล และภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น พร้อมตั้งจุดเฝ้าระวังพิเศษบริเวณริมแม่น้ำป่าสัก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา

ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศ ฉบับที่ 10 (244/2569) เตือนภัยอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 6-7 ตุลาคม 2569 โดยมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อันเนื่องมาจากมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปะทะกับลมความชื้นจากทะเลจีนใต้และอ่าวไทย โดยในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 บริเวณภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ในขณะที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือฝนจะเริ่มลดลง จากนั้นในวันที่ 7 ตุลาคม 2569 ฝนตกหนักบริเวณด้านตะวันตกของภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร และคาดว่าในช่วงวันที่ 9–13 ตุลาคม 2569 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มขึ้น จึงขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก รวมถึงชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในห้วงเวลาดังกล่าว จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

ด้านกรมชลประทาน ได้เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์การบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำเจ้าพระยา วันที่ 6 ตุลาคม 2569 เวลา 06.00 น. พบว่า เขื่อนภูมิพลระบายน้ำวันละ 3 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามแผนระหว่างวันที่ 5–11 ตุลาคม 2569 ขณะที่สถานีวัดน้ำเจ้าพระยา (C.2) จังหวัดนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำ 1,951 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยมีแนวโน้มลดลง ส่วนแม่น้ำท่าจีน (ประตูระบายน้ำพลเทพ) ปัจจุบันรับน้ำเข้า 90 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ด้านเขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดนครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา ขณะที่เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ระบายน้ำ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเขื่อนพระราม 6 ระบายน้ำ 720 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมทั้งปิดรับน้ำผ่านประตูระบายน้ำพระนารายณ์ สำหรับระดับน้ำในพื้นที่ปลายน้ำเจ้าพระยา สถานี C.29B อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี อยู่ที่ระดับ +2.73 เมตรจากระดับน้ำทะเล ต่ำกว่าตลิ่ง 0.27 เมตร และมีแนวโน้มสูงขึ้น สถานี C.22A อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี อยู่ที่ +1.75 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 1.15 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ส่วนสถานี C.12 เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร อยู่ที่ +1.30 เมตร ต่ำกว่าตลิ่ง 2.20 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงยังคงต้องติดตามสถานการณ์และระดับน้ำอย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

โดยกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ รายงานสถานการณ์และสภาวะระดับน้ำขึ้น-น้ำลง ในแม่น้ำเจ้าพระยา ประจำวันที่ 6 ตุลาคม 2569 ระบุว่า จากการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ในอัตรา 2,500 ลบ.ม./วินาที และปริมาณน้ำไหลผ่านสถานีวัดน้ำ อ.สามโคก อยู่ที่ 2,532 ลบ.ม./วินาที คาดว่าระดับน้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้ากองบัญชาการกองทัพเรือจะขึ้นสูงสุดในเวลาประมาณ 16.37 น. ที่ระดับ 1.86 เมตร สูงกว่าระดับทะเลปานกลาง เมื่อประเมินอิทธิพลของการระบายน้ำร่วมกับน้ำทะเลหนุนสูง พบว่าระดับน้ำบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาช่วงโรงพยาบาลศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง ยังคงต่ำกว่าแนวเขื่อนกั้นน้ำริมแม่น้ำมากกว่า 1 เมตร จึงยังไม่ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ทั้งนี้ ในช่วงวันที่ 6–10 ตุลาคม 2569 จะเป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามการคาดหมายสภาวะระดับน้ำอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เพื่อเฝ้าระวังสถานการณ์ต่อไป

ด้านนายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้รายงานการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ พบว่าปริมาณน้ำฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน ยังมีปริมาณน้อยเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 30 ปี ขณะที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสำคัญ เช่น อ่างเก็บน้ำคลองสะเดาและอ่างเก็บน้ำคลองหอยโข่งยังคงอยู่ในระดับที่สามารถรองรับน้ำได้ รวมถึงระดับน้ำในคลองสายหลักต่าง ๆ ยังอยู่ต่ำกว่าตลิ่ง ทั้งนี้ ทางจังหวัดสงขลา ได้จัดประชุมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และมูลนิธิต่าง ๆ เพื่อซักซ้อมแผนเผชิญเหตุ การตั้งคณะทำงานวิเคราะห์สถานการณ์น้ำทุกภาคส่วนเพื่อความเป็นเอกภาพ รวมทั้งให้ดำเนินการขุดลอกคูคลอง กำจัดวัชพืช และทำความสะอาดท่อระบายน้ำในเขตเมืองและพื้นที่รับน้ำสำคัญ ด้านทรัพยากรและเครื่องจักรกลสาธารณภัย ปัจจุบันยังมีความพร้อมเพียงพอ แต่ในห้วงเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยได้จัดเตรียมแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และการประสานงบประมาณเพื่อสนับสนุนในพื้นที่เสี่ยง เช่น คาบสมุทรสทิงพระและอำเภอหาดใหญ่ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีฯ ยังได้กำชับติดตามโครงการก่อสร้างพื้นฐานด้านการระบายน้ำคลอง ร.1 ให้มีความมั่นคงแข็งแรง และตรวจสอบมาตรฐานความลึกตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำและการแจ้งเตือนภัยแก่ประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบข้อสั่งการสำคัญในการประชุม บกปภ.ช. เพื่อรับมือสถานการณ์อุทกภัยและเตรียมความพร้อมในด้านต่างๆ รวม 5 ประเด็น ดังนี้ 1. การบริหารทรัพยากรให้ทันกับสถานการณ์ โดยวางแผนถอนทรัพยากรที่ไม่จำเป็นจากพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลาย เพื่อระดมไปยังพื้นที่ที่ยังมีความต้องการทันที 2. การฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยอย่างเป็นระบบ ผ่านการจัดแบ่งกำลังเข้าทำความสะอาด ฉีดล้างถนน และจัดเก็บขยะออกจากพื้นที่ พร้อมเร่งรัดการช่วยเหลือตามระเบียบโดยเร็ว 3. จัดระบบให้ประชาชนกลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยตรวจสอบระบบไฟฟ้า น้ำประปา ถนน และสภาพแวดล้อมของบ้านเรือนที่น้ำลดแล้วก่อนให้ประชาชนกลับเข้าพื้นที่ รวมถึงดูแลผู้ที่ยังไม่สามารถกลับบ้านได้อย่างต่อเนื่อง 4. เตรียมการพื้นที่ภาคใต้ให้พร้อม โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดจัดทีมเฝ้าระวัง ใช้ระบบ EOC แลกเปลี่ยนข้อมูลพื้นที่เสี่ยง กลุ่มเปราะบาง ทรัพยากร และแผนเผชิญเหตุเพื่อพร้อมช่วยเหลือประชาชนทันที และ 5. ให้เร่งดำเนินการสำรวจและจัดทำบัญชีรายชื่อครัวเรือนที่เข้าข่ายได้รับเงินช่วยเหลือเยียวยาจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมเร่งส่งรายชื่อให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว เพื่อประสานธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือให้ถึงประชาชนโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกำกับติดตามและตรวจสอบกระบวนการโอนเงินให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว พร้อมรับทราบปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์หลักเกณฑ์และแนวทางการช่วยเหลือให้ประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึง

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา//ภาพ-ข่าว


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar