ชาวบ้าน อ.สิงหนคร ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการขยายท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา รวมตัวปิดปากทางเข้า-ออกท่าเรือน้ำลึกสงขลา ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายอำเภอสิงหนคร เร่งเจรจาเเก้ปัญหาเปิดทางเข้าท่า ไม่ให้กระทบต่อการขนส่งสินค้าป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ ยืนยัน!! พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย..//

ชาวบ้าน อ.สิงหนคร ผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการขยายท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา รวมตัวปิดปากทางเข้า-ออกท่าเรือน้ำลึกสงขลา ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายอำเภอสิงหนคร เร่งเจรจาเเก้ปัญหาเปิดทางเข้าท่า ไม่ให้กระทบต่อการขนส่งสินค้าป้องกันความเสียหายทางเศรษฐกิจ ยืนยัน!! พร้อมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย..//

    6 มีนาคม 2568 ชาวบ้าน อ.สิงหนคร กว่า 300 คน รวมตัวตั้งเต้นท์ปิดทางเข้า-ออก ท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา เรียกร้องให้จังหวัดเข้ามาตรวจสอบความโปร่งใสในการจ่ายเงินช่วยเหลือ กรณี บริษัท เจ้าพระยา ท่าเรือสากล จ่ายเงินช่วยเหลือชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการขยายท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา จำนวน 8 ล้านบาท ผ่านผู้นำชุมชน 3 ชุมชน แต่ปรากฏว่าจนถึงขณะนี้ยังมีชาวบ้านบางส่วนไม่ได้รับเงิน อีกทั้งการจัดสรรเงินแต่ละพื้นก็ไม่เท่ากัน ทำให้ชาวบ้านรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม

    นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายเอกสิทธิ์ สองเมือง นายอำเภอสิงหนคร เชิญผู้นำชาวบ้าน ประธานชุมชน และตัวเเทนบริษัท เจ้าพระยา ท่าเรือสากล เข้ามาพูดคุยสร้างความเข้าใจเพื่อหาทางออกร่วมกัน โดยมี พันเอกเรืองพจน์ พุ่มช่วย หน.ฝนผ.กอ.รมน.จังหวัดสงขลา, นางสุนิสา รามแก้ว ประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

    เนื่องจากการชุมนุมปิดทางเข้า-ออก ท่าเรือน้ำลึกส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก การพูดคุยเป็นไปค่อนข้างยืดเยื้อ เนื่องจากทั้ง 3 ฝ่ายมีความเห็นไม่ตรงกัน โดยนายดรหะหรีม บิลหมาน นายกสมาคมพื้นบ้านอำเภอสิงหนคร แกนนำชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ กล่าวว่า ต้องการเรียกร้องให้ประธานชุมชนที่รับเงินจากบริษัทฯ ไป จำนวน 8 ล้าน นำเอกสารรายจ่ายออกมาชี้แจงให้ชัดว่า หลังรับเงินไปแล้วได้นำไปจ่ายช่วยเหลือบ้านเรือนกี่หลัง เรือกี่ลำ กระชังปลาเท่าไหร่ โดยให้นำหลักฐานมาแสดง รวมถึงชี้แจงเหตุผลว่าเหตุใดถึงจ่ายไม่ครบถ้วน-ไม่เท่ากัน ในเมื่อทั้ง 3 ชุมชน คือ ชุมชนบ้านเล ศาลาโหม และหน้าหลา ได้รับผลกระทบเหมือนกัน โดยเฉพาะบ้านเล พื้นที่ดำเนินโครงการฯ ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด

    ด้านประธานชุมชนบ้านเล ซึ่งรับเงินช่วยเหลือจากบริษัท เจ้าพระยา ท่าเรือสากล ไปจำนวน 4,000,000 บาท กล่าวว่า ตนได้นำเงินไปจ่ายลูกบ้านแล้วจำนวน 3,500,000 บาท โดยแบ่งจ่ายเยียวยาบ้านเรือน หลังคาเรือนละ 3,000 บาท จ่ายไปเเล้ว 448 ครัวเรือน เป็นเงิน 1,344,000 บาท/ เยียวยากระชังปลา จำนวน 49 หลัง (กระชังมีปลา หลังละ 3,000 บาท, กระชังเปล่า หลังละ 500-1,000 บาท) จำนวน 44 หลัง เป็นเงิน 500,000 บาท/ เยียวยาเรือ จำนวน 119 ลำ (ลำใหญ่ 10,000 บาท, ลำเล็ก 5,000 บาท) เป็นเงิน 1,656,000 ขณะนี้คงเหลือเงินสดอยู่เพียง 500,000 บาท ยืนยันเงินทุกบาทจ่ายถูกต้องโปร่งใส พร้อมนำเอกสารมาแสดงเพื่อให้ชาวบ้านและหน่วยงานตรวจสอบ

    นายดรหะหรีม บิลหมาน นายกสมาคมพื้นบ้านอำเภอสิงหนคร แกนนำชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบ ยังกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ดำเนินการก่อสร้างขยายท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา สังเกตได้ว่าระบบนิเวศเริ่มเปลี่ยนไป ชาวประมงจับสัตว์น้ำได้น้อยลง ปลาที่เลี้ยงไว้ในกระชังเริ่มไม่กินอาหาร ลอยอยู่ผิวน้ำ เครื่องมือประมง บ้านเรือนชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงเริ่มชำรุดจากแรงสั่นสะเทือนของการตอกเสาเข็ม จึงยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมต่อบริษัทฯ ได้แก่ 1) ขอให้ช่วยเหลือบ้านเรือน จำนวน 622 หลังคาเรือน หลังละ 8,000 บาท (แต่ต้องไม่ซ้ำกับบ้านเรือนที่รับเงินช่วยเหลือไปแล้วในรอบแรก) เพื่อให้ใกล้เคียงกับชุมชนใกล้เคียงที่ได้รับเงินไปก่อนหน้า 2) เรือเล็ก จำนวน 17 ลำ ช่วยเหลือลำละ 15,000 บาท เรือใหญ่ 33 ลำ ลำละ 20,000 บาท 3) กระชัง จำนวน 156 หลัง ช่วยเหลือหลังละ 5,000 บาท นอกจากนี้ยังมีกลุ่มชาวบ้านหัวเขา อ.สิงหนคร เข้ายื่นหนังสือเพิ่มเติมเรียกร้องให้ช่วยเหลือเรือในพื้นที่ ๆ ได้รับผลกระทบอีก 33 ลำ ลำละ 10,000 บาทด้วย

    ขณะที่ตัวแทน บริษัท เจ้าพระยา ท่าเรือสากล ชี้แจงว่า ก่อนที่บริษัทจะเริ่มดำเนินโครงการขยายท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา ได้มีการว่าจ้างเอกชนทำ EIA เพื่อประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน ทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนเงินที่มอบให้ชาวบ้าน คือเงินที่บริษัทฯ ยินดีที่จะช่วยเหลือเพราะเห็นใจชาวบ้าน ที่ต้องมีวิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปบ้าง ไม่ใช่เงินเยียวยาอย่างที่หลายคนเข้าใจ จะเรียกว่าเยียวยาไม่ได้ในเมื่อผลกระทบยังไม่เกิดขึ้น แต่หากมีเหตุการณ์ที่สามารถพิสูจน์ และยืนยันได้ว่าชาวบ้านได้รับความเสียหายจากการดำเนินโครงการขยายท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา ทางบริษัทก็พร้อมรับผิดชอบดูแลตามความเหมาะสม จึงอยากให้ชาวบ้านได้เห็นใจทางบริษัท

    ช่วงเย็น นายจิรวัตร มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เดินทางมาร่วมเจรจาด้วย โดยสรุป นายเอกสิทธิ์ สองเมือง นายอำเภอสิงหนคร กล่าวว่า ขอให้ทั้ง 3 ฝ่าย คือ ผู้นำชาวบ้าน ประธานชุมชน และตัวเเทน บริษัท เจ้าพระยา ท่าเรือสากล มาพูดคุยตกลงหาข้อสรุปกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ โดยขอให้ประธานชุมชน 3 คนที่รับเงินไป 8,000,000 บาท ให้นำเอกสารรายละเอียดการจ่ายเงินมาแสดง เพื่อตรวจสอบความโปร่งใส ส่วนแกนนำชาวบ้านขอให้รวบรวมรายชื่อผู้ได้รับผลกระทบ นำมาบวกกับผู้ที่มาแจ้งเพิ่มเติมวันนี้ แต่ต้องนำมาเทียบหักลบกับรายชื่อของผู้ที่ได้รับเงินไปป้องกันการจ่ายเงินซ้ำซ้อน ส่วนทาง ตัวแทนบริษัท เจ้าพระยา ท่าเรือสากล ยังไม่มีการรับปาก หรือรับข้อเสนอใด ๆ จากชาวบ้าน เพียงแต่ขอร่วมตรวจสอบเอกสารก่อน เพื่อเตรียมหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่อไป ซึ่งทั้งหมดนัดหมายจะมาคุยกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ 7 มี.ค.68 โดยนายอำเภอสิงหนครจะเป็นตัวกลาง พูดคุยเพื่อหาทางออก ภายหลังได้ข้อสรุป แกนนำชาวบ้านได้ประสานให้ชาวบ้านสลายการชุมชน และยอมเปิดทางเข้า-ออกท่าเรือน้ำลึก ให้รถขนส่งสินค้าเข้าออกได้ตามปกติในเวลาประมาณ 18.00 น...//



 


กรวิทย์ จันทร์พูล - ข่าว
พงศธร บุญสุข - ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา
6 มีนาคม 2568


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ