คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ปักหมุดหาดใหญ่ จ.สงขลา จัดสัมมนา “การขับเคลื่อนหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาค” เดินหน้าผลักดันเชิงนโยบายให้ปรากฎผลอย่างเป็นรูปธรรม
วันที่ 26 มีนาคม 2568 คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา นำโดย นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย ประธานอนุกรรมาธิการด้านการคลัง และนายพงษ์ศักดิ์ เกิดวงศ์บัณฑิต ประธานอนุกรรมาธิการด้านการเงิน ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เปิดการสัมมนาโครงการ “การขับเคลื่อนหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาค” จัดขึ้นที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โอกาสนี้ นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการ หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เดินหน้าผลักดันเชิงนโยบายให้ปรากฎผลอย่างเป็นรูปธรรม
นายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้เป็น “สงขลาเมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงอาเซียน พัฒนาอย่างยั่งยืน” พร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์ “เสน่ห์แห่งเมืองสงขลา” โดยมุ่งเน้นการพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจเจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ, ประชาชนมีคุณภาพสิ่งแวดล้อมที่ดีบนวิถีความพอเพียง และคุณภาพสิ่งแวดล้อมและรักษาฐานทรัพยากรรรมชาติให้ยืน ทั้งนี้สงขลาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้ มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในภูมิภาค และเป็นอันดับที่ 14 ของประเทศ โดยมีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า 50,000 ล้านบาท โครงสร้างเศรษฐกิจหลักประกอบด้วย ภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการผลิตยางพารา อาหารทะเลแปรรูป และไม้ยางพาราแปรรูป รองลงมาคือภาคเกษตรกรรมและภาคการค้าปลีก-ค้าส่ง
ด้านการเงินและการธนาคาร สงขลามีบทบาทสำคัญในภาคใต้ โดยมีสาขาธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวม 177 แห่ง คิดเป็น 16% ของทั้งภาคใต้ และมีมูลค่าเงินฝากและสินเชื่อ 20% ของภาคใต้ นอกจากนี้ รัฐบาลได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการ “เขตธุรกิจใหม่ (New Business Zone) หาดใหญ่” เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันสงขลาให้เป็น ศูนย์กลางทางการเงินและพื้นที่พัฒนาเศรษฐกิจ ตามนโยบายของรัฐบาล
ทางด้าน นางสาวชญาน์นันท์ ติยะตระการชัย ประธานอนุกรรมาธิการด้านการคลัง เผยว่า ศูนย์กลางทางการเงิน (Financial Hub) เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางการเงินที่มีโครงสร้างพื้นฐานแข็งแกร่ง เชื่อมโยงกับนานาชาติ และเอื้อต่อธุรกรรมข้ามพรมแดน รายงาน Global Financial Centres Index 36 (GFCI) จัดอันดับให้ นิวยอร์ก ลอนดอน ฮ่องกง และสิงคโปร์ เป็นศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำ ขณะที่ประเทศไทยอยู่ในอันดับ 95 แม้ลดลงจากเดิม แต่ยังมีจุดแข็งในด้านการค้าอาเซียน การใช้เงินบาทในตลาดภูมิภาค และต้นทุนบริหารจัดการที่ได้เปรียบ ดังนั้นการพัฒนาไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินจะช่วยดึงดูดการลงทุน ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานด้านการเงิน หาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ถือเป็นพื้นที่ศักยภาพ เนื่องจากเป็นเมืองเศรษฐกิจหลักของภาคใต้ เชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้าน และมีโครงสร้างพื้นฐานพร้อมรองรับธุรกิจทางการเงิน การผลักดันหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางการเงิน จะช่วยให้ SMEs และ Startups เข้าถึงแหล่งทุน กระตุ้นเศรษฐกิจระดับภูมิภาค และส่งเสริมการเติบโตของภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น การค้าข้ามพรมแดน การขนส่ง และการท่องเที่ยว
“การจัดเสวนาในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อระดมความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนหาดใหญ่ให้เป็นศูนย์กลางทางการเงินในภูมิภาค ทั้งจากนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิสาขาต่าง ๆ จากภาครัฐภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ภาคประชาสังคมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ มาช่วยกันให้ความเห็นและข้อเสนอแนะเสนอต่อคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา เพื่อนำไปศึกษา วิเคราะห์ และสังเคราะห์ข้อมูลประกอบการพิจารณาดำเนินการจัดทำรายงานผลการศึกษาเสนอต่อวุฒิสภาและรัฐบาลต่อไป” ประธานอนุกรรมาธิการด้านการคลัง กล่าว
ณิชารีย์ หนูบุญ / ข่าว
จิรพัฒน์ วงศ์กระจ่าง / ภาพ
26 มีนาคม 2568
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา