พี่น้องมุสลิมสงขลาร่วมละศีลอดและละหมาดฮายัต พร้อมขอพรให้ผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวปลอดภัย ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อวยพรให้ทุกคนปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างสมบูรณ์ในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐ ก่อนจุฬาราชมนตรีประกาศวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี ฮ.ศ. 1446 หลังพบผู้เห็นดวงจันทร์
เย็นวันที่ 30 มีนาคม 2568 ที่มัสยิดกลางประจำจังหวัดสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พลโท คมกฤช รัตนฉายา แม่ทัพน้อยที่ 4 พลตรีปกรณ์ จันทรโชตะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 42 นายศักดิ์กรียา บิลแสละ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา นายวรพันธุ์ สุวรรณยุหะ ปลัดจังหวัดสงขลา นายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา นายเอก ยังอภัย ณ สงขลา นายอำเภอหาดใหญ่ พร้อมด้วยส่วนราชการ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดสงขลา ได้เข้าร่วมพิธีละศีลอดในเดือนรอมฎอน ฮิจเราะห์ศักราช 1446 รวมถึงพี่น้องชาวมุสลิมจากหลายภาคส่วนร่วมงานอย่างคับคั่ง
ก่อนเริ่มพิธี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ร่วมพบปะและพูดคุยกับผู้นำศาสนาและประชาชนที่มาร่วมงาน โดยกล่าวว่า “เดือนรอมฎอน ถือเป็นช่วงเวลาอันประเสริฐที่เปี่ยมด้วยการอำนวยพรและความเมตตาของประชาชาติมุสลิมทั่วโลก เป็นช่วงเวลาของการขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์ การพินิจใคร่ครวญ และการแสดงความเอื้ออาทรต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งพี่น้องมุสลิมและต่างศาสนิก ด้วยอิสลามส่งเสริมให้มุสลิมทุกคนมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับพี่น้องร่วมสังคมเดียวกัน โดยเฉพาะสังคมพหุวัฒนธรรม สร้างความรัก ความสามัคคี มีความเผื่อแผ่เกื้อกูลซึ่งกันและกัน อันเป็นเครื่องบ่งชี้ได้ว่า เป็นผู้ให้ เป็นผู้เสียสละ และเป็นผู้มีจิตสาธารณะที่ควรค่าแก่การยกย่องสรรเสริญยิ่ง จึงจะทำให้สังคมมีความร่มเย็นเป็นสุขตลอดไป ขออำนวยพรจากอัลเลาะห์ พระผู้เป็นเจ้า โปรดประทานให้พี่น้องมุสลิมทุกท่านมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง เพื่อจะได้ปฏิบัติศาสนกิจได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ และขอให้ทุกท่านมีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็ง มีจิตวิญญาณมั่นคงในคุณงามความดี และถือโอกาสในเดือนรอมฎอนอันประเสริฐนี้ สร้างความรู้รักสามัคคี มีความถ้อยทีถ้อยอาศัย พร้อมให้อภัยซึ่งกันและกัน ตลอดจนมีไมตรีจิตและความเกื้อกูลระหว่างกัน อันจะส่งผลให้สังคมและประเทศชาติเกิดความสันติสุขอย่างยั่งยืนสืบไป” ก่อนเริ่มดูอาและละศีลอดพร้อมพี่น้องชาวมุสลิม
หลังจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้นำศาสนาและพี่น้องชาวมุสลิม ได้ร่วมประกอบพิธีฮายัตและขอพรแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวในประเทศเมียนมา ซึ่งส่งแรงสั่นสะเทือนไปยังหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครที่ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก พิธีละหมาดครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อขอพรให้ผู้ประสบภัยปลอดภัยและได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาอันยากลำบากนี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็ง
ในช่วงค่ำ มีการดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันตรุษอีดิ้ลฟิตรี (วันรายอปอซอ) ประจำปีนี้ เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า ปรากฏว่ามีผู้เห็นดวงจันทร์ จุฬาราชมนตรีจึงประกาศให้วันที่ 1 ของเดือนเซาวาล (วันอีดิ้ลฟิตรี) ฮิจเราะห์ศักราช 1446 ตรงกับวันจันทร์ที่ 31 มีนาคม 2568 จังหวัดสงขลาจึงประกาศให้เป็นวันหยุดราชการตามประเพณี เพื่อให้พี่น้องชาวมุสลิมได้ประกอบศาสนกิจและเฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญอย่างเต็มที่
ณิชารีย์ หนูบุญ / ข่าว
ธีรธรรม – ทีปรกร / ภาพ
30 มีนาคม 2568
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา