แม่ทัพภาคที่ 4 นำพี่น้องชาว อ.นาทวี จ.สงขลา ร่วมสานสัมพันธ์พหุวัฒนธรรม ฟื้นฟูเกษตรกรรม ในกิจกรรม “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ปีที่ 8” พระวชิรสุนทร รองเจ้าคณะจังหวัด ผู้ริเริ่ม เผยต้องการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และความปรองดองของคนในพื้นที่ให้ดำรงอยู่อย่างสันติสุข

แม่ทัพภาคที่ 4 นำพี่น้องชาว อ.นาทวี จ.สงขลา ร่วมสานสัมพันธ์พหุวัฒนธรรม ฟื้นฟูเกษตรกรรม ในกิจกรรม “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ปีที่ 8” พระวชิรสุนทร รองเจ้าคณะจังหวัด ผู้ริเริ่ม เผยต้องการเสริมสร้างความรัก ความสามัคคี และความปรองดองของคนในพื้นที่ให้ดำรงอยู่อย่างสันติสุข
    วันที่ 3 เมษายน 2568 ที่ศูนย์การเรียนรู้พระอาจารย์ภัตร อริโย หมู่ที่ 3 ตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วย นายอำนวย พิณสุวรรณ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ดร.นพ.สมหมาย บุญเกลี้ยง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. นายวรินทร ทองขาว นายอำเภอนาทวี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้นำท้องที่-ท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรมการเกี่ยวข้าวสืบสานประเพณีวัฒนธรรม “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์ ปีที่ 8” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อฟื้นฟูนาข้าวที่ถูกปล่อยร้างให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ พร้อมส่งเสริมความสามัคคีระหว่างชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมในพื้นที่
    แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า กิจกรรมนี้ริเริ่มขึ้นโดย พระวชิรสุนทร รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เจ้าอาวาสวัดนาทวี ซึ่งมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างความรักและความสามัคคีให้แก่ประชาชนในพื้นที่อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา โดยนำพี่น้องประชาชนทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมในพื้นที่พลิกฟื้นผืนนาข้าวที่ถูกปล่อยร้างให้กลับมาอุดมสมบูรณ์และให้ผลผลิตอีกครั้ง ซึ่งกิจกรรมในวันนี้มีการเกี่ยวข้าว พร้อมด้วยกิจกรรมหลากหลายที่เปิดโอกาสให้พี่น้องชาวไทยพุทธและไทยมุสลิมได้ร่วมมือกัน สะท้อนถึงความรักและความสามัคคีที่แน่นแฟ้น ตนรู้สึกดีใจที่ได้เห็นบรรยากาศอันคึกคักและการต้อนรับที่อบอุ่นจากประชาชน ทั้งนี้ คาดหวังว่ากิจกรรมในครั้งนี้จะเป็นแบบอย่างของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขต่อไป
    ด้าน พระวชิรสุนทร รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า โครงการ “พลิกนาร้าง เป็นนารักษ์” ในเขตตำบลนาหมอศรี อำเภอนาทวี จังหวัดสงขลา เกิดขึ้นจากการเล็งเห็นศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งแม้จะอุดมสมบูรณ์ด้วยดินและแหล่งน้ำ แต่ประชาชนส่วนใหญ่กลับเน้นการทำสวนยางพาราเป็นหลัก จึงทำให้ผืนนาข้าวถูกปล่อยร้างมานานกว่า 21 ปี ด้วยเหตุนี้ จึงได้จัดซื้อที่ดินเพื่อเป็นต้นแบบในการฟื้นฟูนาข้าว พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับประชาชนในพื้นที่ และองค์การบริหารส่วนตำบลนาหมอศรี ร่วมกันพัฒนาให้กลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง อีกทั้ง จากปัญหาความมั่นคงในพื้นที่ โครงการนี้จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่การทำนาเท่านั้น แต่ยังเป็นแนวทางในการสร้างความมั่นคงทางอาหาร รวมถึงเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิต โดยเปิดโอกาสให้พี่น้องชาวไทยพุทธและไทยมุสลิม รวมถึงนายอำเภอ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และผู้นำศาสนา ได้ร่วมแรงร่วมใจกันพลิกฟื้นนาร้าง ควบคู่ไปกับการสร้างสังคมพหุวัฒนธรรมผ่านการทำนา
    “อีกทั้ง โครงการนี้ได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 และต่อยอดด้วยแนวคิด “โคก หนอง นา โมเดล” ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาประยุกต์ใช้ นอกจากจะได้ผลผลิตทางการเกษตรแล้ว ยังเป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์ข้าวโบราณ และมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงของสังคมในอำเภอนาทวี จากการดำเนินโครงการมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 8 ปี พบว่าพื้นที่ดังกล่าวปราศจากเหตุการณ์ความรุนแรง ทำให้ชุมชนอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข โครงการนี้จึงเป็นต้นแบบที่อำเภออื่น ๆ สามารถนำไปปรับใช้ เพื่อมุ่งสู่การสร้างสังคมแห่งสันติสุขอย่างยั่งยืน”
    กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเกี่ยวข้าวในแปลงนา นิทรรศการทางการเกษตรโดยกลุ่มเกษตรกรและวิสาหกิจชุมชน และการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้านที่สะท้อนเอกลักษณ์ของชุมชน โดยมีประชาชนในพื้นที่อำเภอนาทวีและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมอย่างคึกคัก


 

 


ณิชารีย์ หนูบุญ / ข่าว
ธีรธรรม ลีนิน / ภาพ
3 เมษายน 2568
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar