ผู้ว่าฯ สงขลา ลงพื้นที่ด่านศุลกากรสะเดา และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ ติดตามประเมินความพร้อมก่อนพิจารณาเปิดใช้งานด่านศุลกากรสะเดา แห่งที่ 2 เผยเตรียมขับเคลื่อนคณะทำงานเตรียมความพร้อมเปิดจุดผ่านแดนถาวรปาดังเบซาร์ แห่งที่ 2 หวังกระตุ้นการค้า-การขนส่งระหว่างประเทศ หนุนการส่งออก ดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียเข้ามาในพื้นที่
6 มกราคม 2569 นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด่านศุลกากรสะเดา, ด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2 และด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าและประเมินความพร้อมในการเปิดใช้งานด่านชายแดน โดยเฉพาะด่านศุลกากรสะเดาแห่งที่ 2 โดยมีนายหะริน หอวัง นายด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ นายรัฐ คัมภีรธัมโม ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร นายธารณ รุจโยธิน หัวหน้าฝ่ายควบคุมและตรวจสอบทางศุลกากร พร้อมด้วยปลัดอำเภอ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและรายงานความคืบหน้า
ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตรวจสอบความพร้อมของด่านสะเดาแห่งใหม่ ซึ่งก่อสร้างแล้วเสร็จมากว่า 6 ปี แต่ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ เนื่องจากอาจมีปัญหาหรืออุปสรรค จึงต้องการตรวจสอบสภาพพื้นที่ อาคาร สิ่งปลูกสร้าง และโครงข่ายถนน เพื่อเร่งดำเนินการแก้ไขให้สามารถเปิดด่านได้อย่างเป็นรูปธรรม สอดรับกับนโยบายจากส่วนกลางที่มอบหมายให้จังหวัดขับเคลื่อนการเปิดด่านชายแดนในพื้นที่ปาดังเบซาร์และสะเดา
สำหรับข้อติดขัดขณะนี้ อยู่ที่กรอบระยะเวลาในการเปิด-ปิดด่าน เนื่องจากเวลาการให้บริการของทั้งสองประเทศอาจไม่ตรงกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ระบุว่า ตรงนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายจากส่วนกลาง ที่จะต้องพิจารณาหารือร่วมกันควบคู่กับการประเมินความพร้อมของจังหวัด
ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยังลงพื้นที่ด่านปาดังเบซาร์ เพื่อสำรวจพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมในการพัฒนาเปิดจุดผ่านแดนถาวรแห่งใหม่ บ้านปาดังเบซาร์ โดยจังหวัดได้ตั้งคณะทำงานเพื่อตรวจสอบพื้นที่และแนวทางการก่อสร้างด่านแห่งใหม่ให้สอดคล้องกับฝั่งประเทศมาเลเซีย เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการพิจารณาและขับเคลื่อนการดำเนินงานร่วมกัน
ในส่วนของความพร้อมฝั่งประเทศไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยืนยันว่ามีความพร้อมในการเปิดใช้งานทั้งด่านศุลกากรสะเดา แห่งที่ 2 และจะเร่งขับเคลื่อนให้ด่านศุลกากรทั้งสองแห่งสามารถเปิดใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อรองรับการขนส่ง การเดินทาง และการท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวจากประเทศมาเลเซียที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ส่วนกรณีที่ประชาชนมีข้อกังวล เกี่ยวกับการจัดเส้นทางจราจร ทางจังหวัดได้มีการกำหนดให้ใช้เส้นทางของรถบรรทุกหรือรถขนาดใหญ่ไปยังด่านศุลกากรสะเดา แห่งที่ 2 เป็นหลัก ส่วนรถยนต์ส่วนบุคคลสามารถเลือกใช้เส้นทางได้ตามความเหมาะสม คาดว่าส่วนใหญ่รถยนต์ส่วนบุคคลก็ยังคงใช้เส้นทางด่านศุลากกรสะเดาเดิม เนื่องจากมีร้านค้า โรงแรม และแหล่งบริการต่าง ๆ รองรับอยู่จำนวนมาก ยืนยัน!! เข้าใจหัวอกผู้ประกอบการในพื้นที่
อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบหมายให้อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างการรับรู้ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมให้มีการสำรวจพิจารณาปรับปรุงสภาพกายภาพด้านการจราจร อาทิ สัญญาณไฟและความลาดชันของถนน โดยเฉพาะบริเวณทางแยกเลี้ยวซ้ายก่อนตัดเข้าถนนมุ่งหน้าสู่ด่านศุลกากรสะเดา แห่งที่ 2 เพื่อป้องกันอุบัติเหตุอำนวยความสะดวกด้านการสัญจร ทั้งนี้จะนำข้อมูลที่ได้จากการลงพื้นที่ในวันนี้ไปพิจารณาแก้ไขและดำเนินการในขั้นตอนต่อไป
สำหรับด่านศุลกากรสะเดา เป็นด่านทางบกที่สำคัญของประเทศไทย เชื่อมต่อกับประเทศมาเลเซีย มีบทบาทสำคัญต่อการค้าระหว่างประเทศและการพัฒนาเศรษฐกิจในภาคใต้ โดยในปีงบประมาณ 2568 มีมูลค่าการค้าสูงที่สุดเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ช่วง ต.ค. 67 – มิ.ย. 68 มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกรวมกว่า 349,932 ล้านบาท สินค้าส่งออกหลักคือ ยางธรรมชาติ (น้ำยางข้น, ยางแผ่น) และกลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (อุปกรณ์คอมพิวเตอร์, ชิปวงจรรวม) ส่วนด่านศุลกากรปาดังเบซาร์ มีมูลค่าการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 สูงถึง 132,114 ล้านบาท..//
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ