"อนุทิน" นำแถลงผลปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” ทลายเครือข่ายบุหรี่เถื่อนหาดใหญ่ ยึด 20 ล้านมวน มูลค่ากว่า 67 ล้านบาท
วันนี้ (5 กุมภาพันธ์ 2569) เวลา 14.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นำแถลงข่าวผลการปฏิบัติการ “สิงห์ตะปบเหยื่อ” กวาดล้างเครือข่ายลักลอบจำหน่ายบุหรี่หนีภาษีในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และผู้บริหารกรมการปกครอง ผู้บริหารกรมสรรพสามิต และกรมศุลกากร ตลอดจนกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม
สืบเนื่องจากกรมการปกครองได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในจังหวัดสงขลาว่ามีการลักลอบจำหน่ายและขนส่งบุหรี่เถื่อนเป็นจำนวนมาก จึงส่งเจ้าหน้าที่แฝงตัวสืบสวน พบว่าขบวนการใช้ร้านบังหน้า ไม่เก็บสินค้าไว้ในจุดจำหน่าย แต่ลำเลียงจากโกดังใกล้เคียง และกระจายสินค้าผ่านรถขนส่งและช่องทางออนไลน์ทั่วประเทศ โดยมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและเส้นทางอย่างต่อเนื่องเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการค้าสินค้าหนีภาษี ซึ่งนอกจากสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเยาวชน จากการปฏิบัติการในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่เพียงแห่งเดียว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดบุหรี่เถื่อนได้กว่า 1,200,000 ซอง หรือคิดเป็นกว่า 20 ล้านมวน โดยหากประเมินรวมมูลค่าสินค้ากว่า 67 ล้านบาท และค่าปรับตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตแล้ว มีมูลค่าความเสียหายรวมเป็นเงินนับพันล้านบาท
นายอนุทินฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่มูลค่าของกลาง แต่คือการสกัดกั้นและทำลายเครือข่ายการค้าของเถื่อนที่ดำเนินการอย่างเป็นระบบ ท้าทายกฎหมาย และมีการกระจายสินค้าอย่างเปิดเผย ผ่านช่องทางขนส่งสาธารณะ สายการบิน รถโดยสาร รถไฟ รวมถึงการจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ หากไม่ถูกปราบปรามอย่างจริงจัง บุหรี่เถื่อนเหล่านี้จะถูกกระจายไปทั่วประเทศ ทั้งนี้ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานอย่างใกล้ชิด ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากร สำนักงาน ปปง. รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ทั้งผู้ให้สถานที่เก็บสินค้า เจ้าของอาคาร เจ้าของที่ดิน และเครือข่ายทางการเงิน พร้อมย้ำชัดว่า รัฐบาลไม่ยอมให้มีการแทรกแซง บิดเบือนคดี หรือใช้อิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานไม่ต้องหวั่นเกรงแรงกดดันใด ๆ
สำหรับผลการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดรถที่ใช้เป็นสต็อกลอย จำนวน 11 คัน จับกุมผู้ต้องหาได้ 14 ราย พร้อมของกลางบุหรี่เถื่อนจากโกดังเป้าหมาย 4 จุด จากการสืบสวนพบว่า บุหรี่เถื่อนส่วนใหญ่มาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนลำเลียงมายังอำเภอหาดใหญ่เพื่อเป็นจุดพักและกระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยพฤติการณ์ของขบวนการมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เปิดร้านค้ากลางเมือง เก็บสินค้าในโกดัง ใช้รถตู้เคลื่อนที่เป็นคลังสินค้า ไปจนถึงการใช้ร้านบังหน้าในลักษณะตู้ขายน้ำเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ
เบื้องต้น ผู้ต้องหาถูกแจ้งข้อหา ดังนี้ 1. มีไว้ในครอบครองซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตามมาตรา 203 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 2.ขายหรือมีไว้เพื่อขายซึ่งสินค้าที่เป็นสินค้าที่มิได้เสียภาษีหรือเสียภาษีไม่ครบถ้วน ตามมาตรา 204 แห่ง พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 3.นำเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของออกไปจากยานพาหนะ คลังสินค้าทัณฑ์บน โรงพักสินค้า ที่มั่นคง ท่าเรือรับอนุญาต หรือเขตปลอดอากร โดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานศุลกากร ตามมาตรา 242 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560 4.ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำหรือรับไว้ โดยประการใดซึ่งของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 ตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 ก่อนนำตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเตรียมประสานสำนักงาน ปปง. เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินการยึดทรัพย์ต่อไป
นายอนุทินฯ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้รัฐบาลจะอยู่ในช่วงใกล้ครบวาระ แต่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ไม่มีการผ่อนปรนต่อผู้กระทำผิด พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ซื่อสัตย์ และอดทนต่อแรงกดดัน ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของข้าราชการ และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนว่ารัฐบาลพร้อมดูแลความสงบเรียบร้อยของประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง..//
ณิชารีย์ - ธีรภัทร์ / ข่าว-ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา