รมว.ดีอี ดัน “สงขลาโมเดล” นำร่องระดับประเทศ ใช้ AI และดาวเทียมยกระดับการพยากรณ์อากาศ–เตือนภัย ด้วยระบบ “Tomorrow.io”

รมว.ดีอี ดัน “สงขลาโมเดล” นำร่องระดับประเทศ ใช้ AI และดาวเทียมยกระดับการพยากรณ์อากาศ–เตือนภัย ด้วยระบบ “Tomorrow.io”
     10 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามการดำเนินงานระบบพยากรณ์อากาศและการเตือนภัย “Tomorrow.io” โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้บริหารกรมอุตุนิยมวิทยา หัวหน้าส่วนราชการ และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน ร่วมให้การต้อนรับ
     นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า การนำระบบ Tomorrow.io มาใช้ ได้เลือกอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นพื้นที่นำร่อง เนื่องจากมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแอ่ง ล้อมรอบด้วยภูเขา ทำให้เมื่อเกิดฝนตกหนักมักประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก จังหวัดสงขลาจึงเหมาะสมอย่างยิ่งในการทดลองใช้ระบบพยากรณ์อากาศและเตือนภัยด้วยเทคโนโลยี AI สมัยใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำและลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ
     สำหรับการดำเนินงานในระยะเริ่มต้น เป็นการทดลองใช้ระบบในรูปแบบ Proof of Concept (POC) โดยกรมอุตุนิยมวิทยาได้มอบหมายให้ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ทำหน้าที่ทดสอบการใช้งานในระดับพื้นที่ พร้อมทั้งเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และผลิตข้อมูลเพื่อสร้างความเข้าใจแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้สามารถใช้ข้อมูลร่วมกันในทิศทางเดียวกัน ลดความสับสนในการบริหารจัดการภัยในอนาคต ทั้งนี้ ระบบ Tomorrow.io มีฟังก์ชันแจ้งเตือนภัย (Alert) เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤต สามารถส่งสัญญาณเตือนไปยังประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ทุกฝ่ายรับรู้สถานการณ์จากข้อมูลชุดเดียวกัน และสามารถบริหารจัดการภัยพิบัติได้อย่างมีเอกภาพ อันจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
     นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้รายงานภาพรวมสถานการณ์ความเสียหายจากอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดสงขลา ซึ่งครอบคลุมทั้ง 16 อำเภอ มีครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบกว่า 1.4 ล้านครัวเรือน โดยการช่วยเหลือเยียวยาเงินรายละ 9,000 บาท ขณะนี้ดำเนินการแล้วกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนการช่วยเหลือด้านที่อยู่อาศัย วงเงินหลังละ 49,500 บาท ในพื้นที่ 15 อำเภอ ได้ดำเนินการแล้วเสร็จ เหลือเพียงอำเภอหาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างการสำรวจและเสนอที่ประชุมเพื่ออนุมัติ ซึ่งจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ทั้งนี้ จังหวัดได้เตรียมการรับมือภัยพิบัติในระยะยาว โดยผู้ว่าราชการจังหวัดร่วมกับรองนายกรัฐมนตรี (นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ) แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อถอดบทเรียนจากสถานการณ์ที่ผ่านมา และจัดตั้งคณะกรรมการในด้านต่าง ๆ เพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดจัดทำ Flood Model ร่วมกับสถาบันอุดมศึกษา เพื่อพัฒนาระบบคาดการณ์และแจ้งเตือนที่มีความแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี ซึ่งนักวิชาการได้ให้ความเห็นว่าการนำระบบ Tomorrow.io มาประยุกต์ใช้กับจังหวัดสงขลา จะช่วยยกระดับการเตรียมพร้อมและลดความเสี่ยงให้กับประชาชนในอนาคต
     ด้านผู้แทนศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานว่า จากการวิเคราะห์เหตุการณ์น้ำท่วมอำเภอหาดใหญ่ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา พบว่าเมืองหาดใหญ่เป็นแอ่งรับน้ำจาก 3 ทิศ โดยเฉพาะมวลน้ำจากอำเภอสะเดาในช่วงวันที่ 23–27 พฤศจิกายน ส่งผลให้ระดับน้ำในเขตเมืองสูงถึงขั้นวิกฤต ก่อนจะเริ่มคลี่คลายในช่วงปลายเดือน ทางศูนย์ฯ ได้ประสานเทศบาลนครหาดใหญ่ นำข้อมูลพยากรณ์ฝนรายชั่วโมงมาใช้บริหารจัดการน้ำรอระบาย พร้อมพัฒนาระบบดัชนีเตือนภัย 5 ระดับ และการพยากรณ์ล่วงหน้า 7 วัน เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยที่มีฝนเกิน 120–125 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน โครงการชลประทานจังหวัดสงขลาได้นำข้อมูล Tomorrow.io ไปเสริมแบบจำลองคำนวณระดับน้ำคลองอู่ตะเภา เชื่อมโยงข้อมูลฝนล่วงหน้า 24 ชั่วโมงในพื้นที่ต้นน้ำ ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการบริหารจัดการประตูน้ำและเตรียมเครื่องจักร พร้อมขยายการใช้ข้อมูลสู่ภาคประชาชน โดยภาพรวม Tomorrow.io ช่วยยกระดับการพยากรณ์อากาศให้ทันสมัย แม่นยำ และใช้งานได้จริงทั้งในระดับหน่วยงานและประชาชน
     นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การดำเนินงานในระยะนี้เป็นช่วงของการปรับตัวและทดสอบระบบ โดยแพลตฟอร์ม Tomorrow.io สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพื่อพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริง พร้อมย้ำว่า Tomorrow.io ไม่ได้เข้ามาทดแทนบทบาทของกรมอุตุนิยมวิทยา แต่เป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมศักยภาพการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ระบบดังกล่าวอาศัยข้อมูลจากดาวเทียมที่ติดตั้ง Microwave Sounder ซึ่งปัจจุบันมี 11 ดวง และมีแผนเพิ่มจำนวนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถเก็บข้อมูลครอบคลุมทั่วโลกภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง และอัปเดตข้อมูลแบบเรียลไทม์ทุก 15 นาที เมื่อผสานกับข้อมูลภาคพื้นดินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มความแม่นยำของการพยากรณ์อย่างมีนัยสำคัญ
     รัฐมนตรีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้การเปลี่ยนแปลงจะมาพร้อมอุปสรรค แต่ขอให้ทุกฝ่ายเปิดใจทดลองใช้ สะท้อนปัญหา และปรับปรุงร่วมกัน โดยการพยากรณ์ที่เร็วขึ้นแม้เพียงเสี้ยววินาที ก็มีคุณค่าอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของประชาชน พร้อมเน้นย้ำการนำข้อมูลไปสู่การใช้งานจริงอย่างทั่วถึง ผ่านช่องทางดิจิทัล เช่น LINE และเว็บไซต์ ซึ่งกรมอุตุนิยมวิทยาจะยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการสื่อสารข้อมูลและบริหารจัดการระบบเตือนภัยอย่างยืดหยุ่นตามบริบทพื้นที่ ท้ายที่สุด รัฐมนตรีฯ ฝากถึงประชาชนว่า แม้ภัยธรรมชาติไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สามารถรู้เท่าทันและเตรียมรับมือได้ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันใช้เทคโนโลยีอย่างจริงจัง จะช่วยเพิ่มเวลาในการเตรียมพร้อม ลดความสูญเสีย และยกระดับความปลอดภัยให้กับประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม..//

 


 

ณิชารีย์ - ธีรภัทร์ / ข่าว-ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา

 


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ