สงขลาประชุมร่วมกับกรมการขนส่งทางราง หารือแนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ตรวจปล่อยสินค้าทางราง
9 มิถุนายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่ห้องประชุมกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด ชั้น 1 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พันเอก ธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ประชุมร่วมกับกรมการขนส่งทางรางเกี่ยวกับแนวทางการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาพื้นที่ตรวจปล่อยสินค้าทางราง ผ่านระบบประชุมทางไกล
สืบเนื่องจากนายกรัฐมนตรีประเทศมาเลเซียได้มีหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เสนอให้มีการรื้อฟื้นเส้นทางรถไฟระหว่างสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส กับเมืองรันเตาปันจัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเดิมมีอยู่แต่สภาพทรุดโทรม โดยภายหลังประเทศมาเลเซียได้รับการสนับสนุนจากประเทศจีนในการพัฒนาโครงการ Eastern Coast Rail Link (ECRL) ซึ่งเป็นทางรถไฟขนาดมาตรฐาน และอยู่ห่างจากสะพานรถไฟสุไหงโก-ลก – รันเตาปันจัง ประมาณ 30 กิโลเมตร ทำให้มาเลเซียเห็นถึงศักยภาพและประโยชน์ในการเชื่อมต่อโครงข่ายทางรางกับประเทศไทย
ทั้งนี้ การพัฒนาโครงข่ายรถไฟภาคใต้ของประเทศไทยมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยโครงการรถไฟทางคู่ช่วงนครปฐม – ชุมพร ระยะทาง 421 กิโลเมตร ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จและเปิดให้บริการเดินรถเรียบร้อยแล้ว ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ในพื้นที่ภาคใต้ จำนวน 3 เส้นทาง ได้แก่ ช่วงชุมพร – สุราษฎร์ธานี ช่วงสุราษฎร์ธานี – หาดใหญ่ – สงขลา และช่วงหาดใหญ่ – ปาดังเบซาร์ อยู่ระหว่างเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติ
สำหรับการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาปัญหาและข้อจำกัดของการตรวจปล่อยสินค้าทางราง ณ ด่านปาดังเบซาร์ ซึ่งปัจจุบันยังประสบปัญหาพื้นที่ตรวจปล่อยสินค้าไม่เพียงพอ พื้นที่บางส่วนมีลักษณะลาดชัน ไม่เหมาะสมต่อการเปิดตรวจตู้สินค้า และอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในพื้นที่ รวมถึงข้อจำกัดด้านการบังคับใช้กฎหมาย เนื่องจากสถานีร่วมปาดังเบซาร์บางส่วนตั้งอยู่ในเขตแดนประเทศมาเลเซีย
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางการพัฒนาพื้นที่รองรับการตรวจปล่อยสินค้าทางรางในอนาคต โดยมีข้อเสนอให้พัฒนาสถานีรถไฟคลองแงะ อำเภอสะเดา เป็นย่านกองเก็บตู้สินค้าและจุดตรวจปล่อยตู้สินค้า เนื่องจากมีพื้นที่ประมาณ 25 ไร่ อยู่ในความครอบครองของการรถไฟแห่งประเทศไทย มีสภาพพื้นที่ราบ และสามารถเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4 ได้อย่างสะดวก ขณะเดียวกันได้เสนอให้บริเวณแยกบ้านร็อกเป็นพื้นที่ทางเลือกสำหรับใช้เป็นจุดตรวจปล่อยสินค้าชั่วคราว เพื่อรองรับการขยายตัวของการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศในอนาคต
ที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาระบบศุลกากรผ่านแดนอาเซียน สำหรับการขนส่งทางราง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้า เพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการขนส่ง และสนับสนุนการเชื่อมโยงโครงข่ายโลจิสติกส์ระหว่างมาเลเซีย ไทย สปป.ลาว และจีน อันจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับศักยภาพการค้าชายแดนและการขนส่งทางรางของภูมิภาคในอนาคต
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ