ผู้ว่าฯ สงขลา นำประชุมนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย เดือนสิงหาคม 2569 เน้นย้ำเตรียมพร้อมรับ ครม.สัญจร ยกระดับความปลอดภัย-แก้ยาเสพติด-รับมืออุทกภัยเชิงรุก
วันนี้ (27 สิงหาคม 2569) เวลา 08.00 น. ที่ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประจำเดือนสิงหาคม 2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานและขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทยในระดับพื้นที่ ให้ทุกหน่วยงานบูรณาการการทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีนายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ว่าที่ร้อยตรี ดร.อภิชัย ศรีเมือง ผู้ตรวจราชการกรมการปกครอง เขต 5 นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา ตลอดจนนายอำเภอ ผู้แทนนายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม
นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 สิงหาคม – 1 กันยายน 2569 ซึ่งจังหวัดสงขลาในฐานะเจ้าของพื้นที่และเจ้าภาพในการจัดงาน ขอให้ทุกหน่วยงานร่วมกันเตรียมความพร้อมและมีส่วนร่วมอย่างเต็มกำลัง ถือเป็นภารกิจร่วมของทุกภาคส่วนในการร่วมกันต้อนรับคณะรัฐมนตรี พร้อมทั้งสร้างความเข้มแข็งในการทำงานและภาพรวมของพื้นที่ให้มีความพร้อมและเป็นระเบียบเรียบร้อย
สำหรับการขับเคลื่อนภารกิจด้านความมั่นคง ที่ประชุมได้รับทราบข้อสั่งการของอธิบดีกรมการปกครอง โดยเน้นย้ำการปฏิบัติตามนโยบายรัฐบาลด้านความมั่นคง การควบคุมและกำกับดูแลอาวุธปืนอย่างเข้มงวด การยกระดับความปลอดภัยเชิงรุก การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมาย ตลอดจนการบูรณาการการทำงานของฝ่ายปกครอง ตำรวจ ทหาร และภาคประชาชน ภายใต้แนวคิด “One Team One Data One Goal” พร้อมทั้งให้ทุกอำเภอเตรียมข้อมูลเชิงพื้นที่สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านความมั่นคง เพื่อสะท้อนสภาพปัญหา แนวทางแก้ไข และผลการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมในพื้นที่
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เน้นย้ำการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ราชการ สถานที่สำคัญ และพื้นที่ที่มีประชาชนรวมตัวเป็นจำนวนมาก รวมทั้งการจัดตั้งจุดตรวจ จุดสกัด การลาดตระเวน และการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกำชับให้ฝ่ายปกครองประสานการปฏิบัติกับตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงอย่างใกล้ชิด ตลอดจนติดตามสถานการณ์ด้านการข่าว เพื่อให้สามารถป้องกันและตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างทันท่วงที
ในส่วนของการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้กำชับให้อำเภอที่มีผลการดำเนินงานด้านหมู่บ้านชุมชนสีขาวปลอดยาเสพติดในระดับต่ำ เร่งรัดการดำเนินงานให้เห็นผลเป็นรูปธรรมภายในกรอบเวลาที่กำหนด พร้อมขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ 90 วันอย่างจริงจัง โดยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันติดตาม ดูแล และแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้เน้นย้ำภารกิจสำคัญด้านการดูแลประชาชน โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัย ให้ทุกอำเภอประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเร่งสำรวจและเตรียมพื้นที่จอดรถ ศูนย์พักพิง และทรัพยากรที่จำเป็นให้พร้อมรองรับสถานการณ์ รวมถึงเร่งดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ทั้งการกำจัดวัชพืช ขุดลอกคูคลอง และดูแลเส้นทางน้ำ พร้อมให้หน่วยงานที่ดำเนินการแล้วประชาสัมพันธ์ผลการดำเนินงานให้ประชาชนรับทราบ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสะท้อนการทำงานเชิงรุกของภาครัฐ
ทั้งนี้ จังหวัดสงขลาอยู่ระหว่างการขับเคลื่อน “หาดใหญ่โมเดลพลัส” ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการอุทกภัยอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมการจัดทำฐานข้อมูลกลาง ระบบแจ้งเตือนภัยน้ำท่วมล่วงหน้าแบบเรียลไทม์ แพลตฟอร์มศูนย์พักพิงเพื่อชุมชน และการเสริมสร้างศักยภาพชุมชนและท้องถิ่นในการรับมืออุทกภัย โดยมุ่งใช้ข้อมูล เทคโนโลยี และการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมและลดผลกระทบจากภัยพิบัติ
นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เน้นย้ำให้ทุกอำเภอให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ป่วยติดเตียง พร้อมจัดทำบัญชีและมอบหมายผู้รับผิดชอบในระดับพื้นที่ให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือและอพยพได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ ขณะที่นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กำชับเรื่องการทบทวนคำสั่งและคุณสมบัติของชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงเร่งรัดการดำเนินงานด้านยาเสพติดในอำเภอที่มีผลการดำเนินงานต่ำกว่าค่าเป้าหมาย
ช่วงท้าย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้มอบแนวทางการทำงานแก่ทุกอำเภอ โดยเน้นย้ำให้การรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ทั้งการตรวจตราพื้นที่เศรษฐกิจ สถานีบริการน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อ ร้านค้า สถานบริการ และพื้นที่เสี่ยง รวมถึงให้ความสำคัญกับงานด้านการข่าวและการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงาน พร้อมกำชับให้เพิ่มความเข้มข้นในการตั้งจุดตรวจและจุดสกัดเพื่อป้องกันและสกัดกั้นการก่อเหตุหรือการเคลื่อนไหวของบุคคลที่อาจเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย
นอกจากนี้ ยังได้มอบหมายให้นายอำเภอขับเคลื่อนโครงการ Zero Dropout โดยคัดเลือกพื้นที่ต้นแบบที่มีความเข้มแข็งด้านการดูแลเด็กและเยาวชนที่หลุดออกจากระบบการศึกษา อำเภอละ 1 แห่ง เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาและลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ รวมถึงขอความร่วมมือทุกอำเภอสนับสนุนกิจกรรม “เดิน-วิ่ง แสงนำใจไทยทั้งชาติ” และยกระดับการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว โดยเฉพาะบริเวณด่านพรมแดนสะเดา ซึ่งมีประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางเข้า-ออกเป็นจำนวนมาก พร้อมให้บริหารจัดการการจราจรและการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนอย่างเหมาะสม
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ