จังหวัดสงขลาร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 2/2569 ขานรับมาตรการดูแลความมั่นคง ควบคู่การปราบปรามยาเสพติดตามนโยบายนายกรัฐมนตรี
วันนี้ (31 มีนาคม 2569) เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วย พันเอกวาทยุทธ ชูช่วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา, นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา, พันเอกธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา และ พันเอกชัยนรินท์ เกษมโชติธนพัฒน์ หัวหน้ากลุ่มงานนโยบายแผนและการข่าว กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสงขลา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ครั้งที่ 2/2569 โดยมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นประธานเปิดการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉิน ในครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญที่ขอให้คณะกรรมการร่วมกันพิจารณา 2 เรื่องหลัก ได้แก่ การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งจะสิ้นสุดลงในวันที่ 19 เมษายน 2569 และ การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยได้เน้นย้ำประเด็นสำคัญให้ที่ประชุมร่วมกันพิจารณาอย่างรอบด้าน เพื่อให้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับสถานการณ์โดยรวมที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ซึ่งการประชุมครั้งนี้ มีมติเห็นชอบให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส โดยเห็นว่าเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ทุกภาคส่วนยังเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการคงมาตรการดังกล่าว เพื่อเสริมสร้างความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ภายใต้กรอบของกฎหมาย สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ อันจะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว โดยไม่กระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชน
โอกาสนี้ รองนายกรัฐมนตรียังได้กำชับให้หน่วยงานด้านความมั่นคง โดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 4 และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพิ่มความเข้มข้นเรื่องมาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่ได้ให้ความสำคัญ โดยเน้นการบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนในการเฝ้าระวัง สอดส่อง และแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำบทบาทของฝ่ายปกครองในระดับพื้นที่ ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ในการร่วมดูแลกลุ่มเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการแยกผู้เสพออกจากผู้ค้า ควบคู่กับการบำบัดฟื้นฟู และการปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ตลอดจนเฝ้าระวังเส้นทางลำเลียงทั้งทางบกและทางทะเล โดยเฉพาะพื้นที่แนวชายแดน เพื่อสกัดกั้นการขยายตัวของขบวนการค้ายาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ