สงขลาประชุมติดตามผลป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ วันที่ 4 ของการรณรงค์เข้มข้น พบ “ไม่สวมหมวกนิรภัย” เป็นพฤติกรรมเสี่ยงหลักของการบาดเจ็บ ด้านรองผู้ว่าฯ ย้ำคุมเข้มดื่มแล้วขับควบคู่กับบังคับใช้กฎหมายต่อเนื่อง
วันที่ 14 เมษายน 2569 ณ ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานนำหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมคณะกรรมการประจำศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและละลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานประจำวันที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันที่ 4 ของช่วงควบคุมเข้มข้น ระหว่างวันที่ 10–16 เมษายน 2569
โอกาสนี้ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิสัยทัศน์ทางไกล ร่วมกับ นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เพื่อแถลงผลสถิติอุบัติเหตุทางถนนทั่วประเทศ ประจำวันที่ 13 เมษายน 2569 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 237 ครั้ง ลดลงจากปี 2568 จำนวน 7 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 2.87 ขณะที่ยอดสะสม 4 วัน ลดลง 262 ครั้ง คิดเป็นร้อยละ 25.76 ส่วนจำนวนผู้บาดเจ็บ (Admit) มีจำนวน 224 คน ลดลงจากปีก่อน 25 คน และยอดสะสม 4 วัน ลดลง 284 คน คิดเป็นร้อยละ 28.72 ด้านผู้เสียชีวิตรายวันมี 51 ราย เพิ่มขึ้นจากปี 2568 จำนวน 13 ราย คิดเป็นร้อยละ 34.21 อย่างไรก็ตาม ภาพรวมสะสม 4 วันยังลดลง 18 ราย คิดเป็นร้อยละ 9.47
สำหรับจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ชุมพร และเชียงราย จังหวัดละ 12 ครั้ง จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือ ลำปาง 33 ครั้ง ส่วนผู้บาดเจ็บสูงสุดรายวันคือ จังหวัดชุมพร 13 คน โดยสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงมาจาก ขับรถเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ และทัศนวิสัยไม่ดี ขณะที่พฤติกรรมเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ ประเภทรถที่เกิดเหตุสูงสุดยังเป็น รถจักรยานยนต์ และกลุ่มอายุที่เกิดเหตุมากที่สุดคือ เด็กและเยาวชนอายุ 0–24 ปี คิดเป็นร้อยละ 30.55
ทั้งนี้ นายยศพล ฯ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาได้เน้นย้ำถึงสถิติอุบัติเหตุในกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ยังอยู่ในระดับน่าห่วง โดยระบุว่า ปัจจุบันสัดส่วนการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุในกลุ่มอายุ 0–24 ปี เพิ่มขึ้นแตะร้อยละ 30 ซึ่งจำเป็นต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการปล่อยให้เด็กและเยาวชนที่ไม่มีใบอนุญาตขับขี่ใช้รถจักรยานยนต์ ซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข
สำหรับจังหวัดสงขลา โดยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนจังหวัด ได้รายงานสถิติประจำวันที่ 13 เมษายน 2569 พบอุบัติเหตุ 6 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 6 ราย และ ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ยอดสะสม 4 วัน ระหว่างวันที่ 10–13 เมษายน 2569 เกิดอุบัติเหตุสะสม 23 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 18 ราย และเสียชีวิตรวม 5 ราย โดยพฤติกรรมเสี่ยงสูงสุดของการเกิดเหตุยังคงเป็น “ไม่สวมหมวกนิรภัย” และยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์
ที่ประชุมส่วนกลางยังได้เห็นชอบแนวทางการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทุกจังหวัดใช้เป็นกรอบการดำเนินงานอย่างเข้มข้น ประกอบด้วย การบังคับใช้กฎหมายตาม มาตรการ 10 ข้อหาหลัก อย่างจริงจังในพื้นที่เล่นน้ำสงกรานต์และแหล่งท่องเที่ยว การคงมาตรการเชิงรุกของ ด่านชุมชนควบคู่การเคาะประตูบ้าน เพื่อตรวจตราและตักเตือนผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง การเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมสถานบริการและการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ขับขี่ประเมินสภาพร่างกายก่อนเดินทาง โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับหลังเทศกาล
โอกาสนี้ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน เพิ่มมาตรการควบคุมเข้มในประเด็น “ดื่มแล้วขับ” ซึ่งยังเป็นปัจจัยสำคัญของการเกิดอุบัติเหตุ พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยกระดับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะช่วงที่ประชาชนเริ่มทยอยเดินทางกลับเข้าสู่พื้นที่หลังเทศกาล
พร้อมกันนี้ ได้เน้นย้ำการกวดขันเรื่องการสวมหมวกนิรภัย การไม่ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด การจัดระเบียบจุดเสี่ยงและจุดทัศนวิสัยที่กีดขวางการจราจร รวมถึงการดูแลตักเตือนเด็กและเยาวชนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตลอดจนประสานชุดเคลื่อนที่เร็วขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สาธารณสุขจังหวัด และหน่วยงานด้านสรรพสามิต ลงพื้นที่ตรวจตราการลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุทางถนน
ณิชารีย์ // ข่าว
ประเสริฐศักดิ์ - ธีรธรรม // ภาพ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา