ไทย–มาเลเซีย เดินหน้าถนนเชื่อมด่านสะเดาใหม่–บูกิตกายูฮิตัม รองผู้ว่าฯ สงขลา ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้า ยกระดับโลจิสติกส์ชายแดน
วันนี้ (10 มิถุนายน 2569) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 1 สำนักงานด่านบูกิตกายูฮิตัม รัฐเคดาห์ ประเทศมาเลเซีย นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พันเอก ธีรพันธ์ แพเรือง หัวหน้าสำนักงานจังหวัดสงขลา นายรุ่งโรจน์ และสุบ ผู้อำนวยการกลุ่มงานยุทธศาสตร์และข้อมูลเพื่อการพัฒนาจังหวัด ร่วมระชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค (Expert Working Group : EWG) ไทย–มาเลเซีย ครั้งที่ 5 สำหรับโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านศุลกากรสะเดาแห่งใหม่ของประเทศไทย (CIQ Sadao) กับด่านตรวจคนเข้าเมือง ศุลกากร และกักกันโรคบูกิตกายูฮิตัมของมาเลเซีย (ICQS Bukit Kayu Hitam) โดยมี นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านการบูรณาการการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ นำคณะผู้แทนฝ่ายไทยเข้าร่วม
โดยมี นายพิชยา เจริญสันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาคที่ 4 นายรัฐ คำภีรธัมโม ผู้อำนวยการส่วนบริการศุลกากร พันเอก จีระศักดิ์ บรรเทิง รองผู้อำนวยการกองการศึกษา โรงเรียนแผนที่ กรมแผนที่ทหาร และแม่กองสนามจัดทำหลักเขตแดนไทย–มาเลเซีย นายพสุศิษฏ์ วงศ์สุรวัฒน์ กงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง ตลอดจนผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย ได้กล่าวขอบคุณรัฐบาลมาเลเซียที่ให้เกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม พร้อมแสดงความชื่นชมต่อเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของทั้งสองประเทศที่ได้ร่วมกันขับเคลื่อนโครงการสำคัญดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท และการประสานงานอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
นาวาเอก จักรพงษ์ กล่าวว่า โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างด่านสะเดาแห่งใหม่กับด่านบูกิตกายูฮิตัม ถือเป็นหนึ่งในโครงการยุทธศาสตร์สำคัญของความร่วมมือไทย–มาเลเซีย ที่จะช่วยยกระดับประสิทธิภาพด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ระหว่างสองประเทศ อำนวยความสะดวกด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ตลอดจนส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนให้เติบโตอย่างยั่งยืน สร้างประโยชน์โดยตรงต่อประชาชนของทั้งสองประเทศในระยะยาว พร้อมกันนี้ ได้แสดงความยินดีต่อความคืบหน้าของโครงการนับตั้งแต่การประชุม EWG ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมืออันแน่นแฟ้นและเจตนารมณ์ร่วมกันของทั้งสองฝ่ายในการผลักดันโครงการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีสำคัญในการติดตามความคืบหน้าของงาน แลกเปลี่ยนข้อมูล และร่วมกันพิจารณาแนวทางแก้ไขประเด็นต่าง ๆ ที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เพื่อให้การเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมระหว่างไทยและมาเลเซียสามารถเปิดใช้งานได้อย่างสมบูรณ์ในอนาคตอันใกล้
นอกจากนี้ การประชุมยังมีความสำคัญเป็นพิเศษ เนื่องจากอยู่ในช่วงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเยือนประเทศมาเลเซียอย่างเป็นทางการของ ฯพณฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างวันที่ 9–10 กรกฎาคม 2569 ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะมีการลงพื้นที่บริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย และร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิดแนวเส้นทางเชื่อมต่อถนนสายใหม่นี้
โอกาสดังกล่าวนับเป็นหมุดหมายสำคัญในการสะท้อนให้เห็นถึงผลสัมฤทธิ์ของความร่วมมือที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องระหว่างทั้งสองประเทศ ตลอดจนแสดงถึงความมุ่งมั่นร่วมกันในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานชายแดน เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนทั้งสองประเทศ
ด้าน Ir. Mohd Fairuz bin Muhamad หัวหน้าคณะผู้แทนมาเลเซีย กล่าวต้อนรับคณะผู้แทนไทย พร้อมแสดงความยินดีต่อนาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ และยืนยันความพร้อมของฝ่ายมาเลเซียในการทำงานร่วมกับฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด เพื่อผลักดันโครงการเชื่อมต่อโครงข่ายคมนาคมชายแดนให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ ฝ่ายมาเลเซียรายงานว่า การก่อสร้างในส่วนของมาเลเซียมีความคืบหน้าแล้วกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ โดยที่ประชุมได้ร่วมกันหารือใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การติดตั้งรั้วป้องกันการลักลอบข้ามแดน แผนการบริหารจัดการจราจรจากฝั่งไทย และการกำหนดกรอบระยะเวลา (Timeline) สำหรับการเปิดใช้งานถนนเชื่อมต่อร่วมกันในอนาคต
ข้อมูลข่าว-ภาพ : ศอ.บต.