สงขลา จับมือ เซฟ เดอะ ซิลเดรน ประเทศไทย เดินหน้าโครงการ ECHO HIP 2026–2028 ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและระบบเตือนภัยที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง

สงขลา จับมือ เซฟ เดอะ ซิลเดรน ประเทศไทย เดินหน้าโครงการ ECHO HIP 2026–2028 ยกระดับการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและระบบเตือนภัยที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง
    วันนี้ (11 มิถุนายน 2569) เวลา 11.00 น. ที่ ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ร่วมรับฟังการนำเสนอโครงการ “เสริมสร้างการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติและระบบเตือนภัยล่วงหน้าโดย ยืดประชาชนเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคอาเซียน” (Enhancing People-Centered Disaster Preparedness and Early Warning in ASEAN: ECHO HIP 2026-2028) ภายใต้การสนับสนุนจากหน่วยงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและคุ้มครองพลเรือนของสหภาพยุโรป (ECHO)
    โครงการดังกล่าวดำเนินงานโดย เซฟ เดอะ ซิลเดรน ประเทศไทย (มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก ประเทศไทย) ร่วมกับศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย (Asian Disaster Preparedness Center : ADPC) สมาคมเด็กและเยาวชนเพื่อสันติภาพชายแดนใต้ (กลุ่มลูกเหรียง) และมูลนิธินูซันตาราเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างระบบการบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ผ่านการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า การเตรียมความพร้อมของชุมชน และการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาสังคม และประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรับมือและลดผลกระทบจากภัยพิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
    ทั้งนี้ โครงการมีกำหนดดำเนินงานเป็นระยะเวลา 24 เดือน ครอบคลุมพื้นที่นำร่อง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา และสตูล โดยมุ่งส่งเสริมและขยายผลแนวทางการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติโดยชุมชนเป็นฐาน (Community-Based Disaster Risk Management Plus : CBDRM+) ร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล และชุมชน เพื่อเสริมสร้างความพร้อมในการรับมือภัยพิบัติอย่างครอบคลุมและยั่งยืน นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และกลุ่มเปราะบางในกระบวนการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติ โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การประเมินความเสี่ยงภัยพิบัติแบบมีส่วนร่วม การพัฒนาและปรับปรุงแผน CBDRM+ และมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOP) ระดับพื้นที่ การฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุและระบบเตือนภัย ตลอดจนการบูรณาการแผนด้านการจัดการภัยพิบัติเข้าสู่แผนพัฒนาท้องถิ่นและกลไกการบริหารจัดการระดับจังหวัด
    โอกาสนี้ มีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ภัยพิบัติในพื้นที่ ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา โครงการชลประทานจังหวัดสงขลา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกำหนดแนวทางความร่วมมือด้านการเตรียมความพร้อมและการจัดการภัยพิบัติในระดับจังหวัด
    นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลาให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติในทุกมิติ โดยได้มอบหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งจัดทำและฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุสำหรับภัยพิบัติประเภทต่าง ๆ อาทิ อุทกภัย แผ่นดินไหว และอัคคีภัย ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงและระบบสนับสนุนการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยจังหวัดมีความยินดีที่จะบูรณาการความร่วมมือกับ เซฟ เดอะ ซิลเดรน ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายในการดำเนินโครงการดังกล่าว โดยเห็นว่าการทำงานร่วมกันควรเชื่อมโยงกับแผนและกิจกรรมที่จังหวัดดำเนินการอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและไม่เกิดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน
    พร้อมกันนี้ ได้เสนอให้พิจารณาพื้นที่ดำเนินโครงการที่สอดคล้องกับบริบทความเสี่ยงของจังหวัด เช่น อำเภอหาดใหญ่ อำเภอนาทวี อำเภอจะนะ อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติและมีเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง สามารถต่อยอดการสร้างความพร้อมของประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม
    นอกจากนี้ จังหวัดสงขลายังอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบการแจ้งเตือนภัยในระดับพื้นที่ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยอาศัยข้อมูลทางวิชาการและข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ประกอบการตัดสินใจ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าใจง่าย ทั้งยังเน้นการออกแบบสื่อและหลักสูตรสร้างการรับรู้ที่เหมาะสมกับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน เชื่อมั่นว่าความร่วมมือภายใต้โครงการ ECHO HIP 2026–2028 จะช่วยยกระดับศักยภาพการบริหารจัดการภัยพิบัติของพื้นที่ สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน



 


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ