เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งสงขลา ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ขอรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาราคากุ้งตกต่ำ พร้อมเจรจามาเลเซียเปิดด่านนำเข้ากุ้งไทย
วันที่ 23 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา นำโดย นายปรีชา สุขเกษม รองนายกสมาคมเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งแห่งประเทศไทย เข้ายื่นหนังสือถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อขอความช่วยเหลือและมาตรการเยียวยาผลกระทบจากกรณีประเทศมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาและการตลาดกุ้งของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่จังหวัดสงขลาอย่างรุนแรง
โอกาสนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้แทนรับหนังสือ โดยมี นายเจริญ โอมณี ประมงจังหวัดสงขลา นางสาวฉัตรสุดา ชุมแสง พาณิชย์จังหวัดสงขลา นายวิโรจน์ เอี่ยมสุวรรณ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสงขลา นางสาวนภพร เกษรพันธุ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา นายอภิรักษ์ ทิมมณี ป้องกันจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมรับฟังปัญหาและหารือแนวทางช่วยเหลือ ณ ห้องประชุมสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดสงขลา
ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า มาตรการปิดด่านและระงับการนำเข้ากุ้งจากประเทศไทยจำนวน 5 ชนิดของประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้ปริมาณกุ้งภายในประเทศมีมากเกินความต้องการของตลาด เกิดภาวะกุ้งล้นตลาด และทำให้ราคากุ้งปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยกุ้งขนาด 30 ตัวต่อกิโลกรัม จากเดิมราคาประมาณกิโลกรัมละ 200 บาท ลดลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ 150 บาท ส่งผลให้เกษตรกรมีรายได้ลดลงอย่างมาก และหลายรายประสบปัญหาราคาผลผลิตต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่ออาชีพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในวงกว้าง
ทั้งนี้ เครือข่ายเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งจังหวัดสงขลาได้เสนอข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล ประกอบด้วย
1. เร่งเจรจากับรัฐบาลประเทศมาเลเซีย เพื่อให้เปิดด่านนำเข้ากุ้งขาวแวนนาไมและกุ้งกุลาดำจากประเทศไทย ภายในระยะเวลา 7 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือ
2. มอบหมายหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและควบคุมการนำเข้าปลากะพงจากประเทศมาเลเซียในทุกช่องทาง เพื่อป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าและสร้างความเป็นธรรมแก่เกษตรกรไทย
3. พิจารณามาตรการเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้รับผลกระทบจากการปิดด่านของประเทศมาเลเซีย โดยชดเชยส่วนต่างราคากุ้งในอัตรากิโลกรัมละ 40 บาท ให้แก่เกษตรกรที่จับกุ้งตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 จนถึงวันที่มีการเปิดด่านนำเข้า ทั้งนี้ไม่เกินรายละ 20 ตัน
4. มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งที่ได้รับผลกระทบโดยเร่งด่วน
5. มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งการกรมประมงเร่งแก้ไขปัญหาการลักลอบน้ำเข้าปลากะพงผิดกฎหมายอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
นอกจากนี้ ยังขอให้ภาครัฐส่งเสริมการบริโภคกุ้งภายในประเทศ เพื่อช่วยดูดซับผลผลิตและพยุงราคากุ้งในช่วงวิกฤต
ด้าน นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า ในระยะสั้น จังหวัดจะเร่งประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าประมงผิดกฎหมาย พร้อมกับการประสานภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งหน่วยงานด้านการเกษตร สหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ส่วนแนวทางแก้ไขในระยะยาว จำเป็นต้องอาศัยการดำเนินการในระดับนโยบายของรัฐบาลเพื่อเข้ามาดูแลเรื่องดังกล่าว
ขณะที่พาณิชย์จังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า เบื้องต้นกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการช่วยเหลือผู้เลี้ยงกุ้งรวม 13 มาตรการ โดยมีเป้าหมายดูดซับผลผลิตกุ้งไม่น้อยกว่า 400 ตันต่อเดือน ผ่านการขยายตลาดส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ อาทิ จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มอาเซียน ตลอดจนการจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้า การจับคู่ธุรกิจ และการรณรงค์บริโภคกุ้งภายในประเทศแล้ว โดยจังหวัดสงขลา ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมการค้าภายใน เพื่อดำเนินกิจกรรมรณรงค์บริโภคกุ้งและเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภค รวมถึงการกระจายผลผลิตกุ้งจากจังหวัดสงขลาไปยังจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน โดยคาดว่าจะสามารถช่วยระบายผลผลิตได้ประมาณ 18 ตัน และจะเริ่มดำเนินการในช่วงปลายเดือนมิถุนายนนี้ นอกจากนี้ สำนักงานพาณิชย์จังหวัดสงขลา ยังได้ประสานเครือข่ายผู้ประกอบการในจังหวัดใกล้เคียง รวมถึงห้างค้าส่งและห้างค้าปลีก เพื่อเปิดช่องทางจำหน่ายเพิ่มเติมให้แก่เกษตรกร โดยพร้อมสนับสนุนพื้นที่จำหน่ายและอำนวยความสะดวกด้านการตลาดอย่างต่อเนื่อง
ด้านประมงจังหวัดสงขลา ชี้แจงว่า สาเหตุการระงับนำเข้ากุ้งจากประเทศไทยของประเทศมาเลเซียยังไม่มีการแจ้งเหตุผลอย่างเป็นทางการ แต่คาดว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับมาตรการตรวจสอบการนำเข้าปลากะพงจากมาเลเซียของประเทศไทย ซึ่งได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจหาสารตกค้างเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ส่งผลให้กระบวนการนำเข้าสินค้าต้องใช้ระยะเวลามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ได้มีเจตนากีดกันทางการค้า แต่ดำเนินการตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารและการคุ้มครองผู้บริโภค พร้อมกันนี้ กรมประมงได้สั่งการให้หน่วยงานในพื้นที่เพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบนำเข้าสินค้าประมงผ่านช่องทางธรรมชาติ โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับศุลกากรและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของเกษตรกรไทยและความปลอดภัยของผู้บริโภค
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยืนยันว่าจังหวัดไม่นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของเกษตรกร และจะรวบรวมข้อมูล ข้อเสนอ และหนังสือร้องเรียนจากทุกภาคส่วน เพื่อนำเสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผลักดันการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบายอย่างเต็มกำลัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความเป็นธรรมให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในพื้นที่ต่อไป
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ