ผู้ตรวจการแผ่นดิน จับมือจังหวัดสงขลา หารือแนวทางเสริมสร้างและพัฒนากลไกกองทุนสนับสนุนการศึกษาแบบบูรณาการ มุ่งลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและดูแลเด็กหลุดจากระบบ
วันนี้ (8 กันยายน 2569) เวลา 14.00 น. ณ ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง “การเสริมสร้างและพัฒนากลไกกองทุนสนับสนุนการศึกษาแห่งชาติแบบบูรณาการ (กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.))” โดยมี นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ดร.ชนภรณ์ อือตระกูล ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในพื้นที่
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อรับฟังข้อมูลและข้อคิดเห็นจากหน่วยงานในพื้นที่ ตลอดจนรวบรวมข้อเสนอแนะสำหรับนำไปประกอบการพิจารณาแนวทางเสริมสร้างและพัฒนากลไกการสนับสนุนทางการศึกษาของ กยศ. และ กสศ. ให้มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทของแต่ละพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบทบาท อำนาจหน้าที่ ภารกิจ ปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางการบริหารจัดการและข้อเสนอแนะของ กยศ. และ กสศ. รวมทั้งลงพื้นที่เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณา โดยพบประเด็นสำคัญหลายด้าน
นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้เป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะหมวด 5 ว่าด้วยหน้าที่ของรัฐ ซึ่งกำหนดหน้าที่ของรัฐไว้ 12 ด้าน ครอบคลุมการจัดบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน โดยผู้ตรวจการแผ่นดินมีหน้าที่ตรวจสอบว่ารัฐสามารถดำเนินการและจัดบริการสาธารณะตามหน้าที่ดังกล่าวได้อย่างครบถ้วนและมีประสิทธิภาพหรือไม่ การตรวจสอบไม่ได้มุ่งหมายที่จะชี้ว่าหน่วยงานใดผิดหรือถูก แต่เป็นการพิจารณาว่าการจัดบริการสาธารณะในด้านต่าง ๆ ยังมีปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดประการใด เพื่อจัดทำข้อเสนอแนะและรายงานต่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องให้รับทราบและพิจารณาดำเนินการต่อไป
สำหรับการตรวจสอบการดำเนินงานของ กยศ. และ กสศ. มีที่มาจากสองประการสำคัญ ประการแรก คือ มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการดำเนินงานของทั้งสองกองทุนเข้ามายังสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ กยศ. ซึ่งสะท้อนว่าผู้เรียนบางส่วนอาจประสบปัญหาจากการให้บริการหรืออาจยังไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างเพียงพอ ประการที่สอง คือ การตรวจสอบการจัดบริการด้านการศึกษา ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา 54 โดยรัฐมีหน้าที่จัดให้มีกองทุนเพื่อช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู โดยกฎหมายจัดตั้งกองทุนต้องกำหนดให้มีการบริหารจัดการที่เป็นอิสระ
ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่าอีก ทั้ง กสศ. และ กยศ. เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์และลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จึงเห็นว่าประเด็นดังกล่าวมีความสำคัญและเร่งด่วน เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ โดย กสศ. ไม่ได้มีภารกิจเพียงการสนับสนุนทุนการศึกษาเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการเสริมสร้างคุณภาพการศึกษา และช่วยให้เด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษากลับเข้าสู่ระบบ ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนประมาณ 1 ล้านคนทั่วประเทศ พร้อมทั้งต้องให้เด็กสามารถอยู่ในระบบการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพและเติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพในอนาคต
ทั้งนี้ ภายหลังลงพื้นที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะเชิญคณะกรรมการและผู้บริหารของทั้งสองกองทุนมาร่วมหารือเพิ่มเติม เพื่อรับฟังข้อมูล ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะจากการลงพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ นำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเพื่อเสริมสร้างและพัฒนากลไกของทั้งสองกองทุนให้สามารถสนับสนุนความเสมอภาคทางการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ในส่วนของจังหวัดสงขลา พบข้อจำกัดเรื่องฐานข้อมูล กยศ. ที่ไม่มีการเชื่อมโยงกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างเป็นระบบ เนื่องจากการสมัครและการให้ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นการดำเนินการโดยนักเรียนกับ กยศ. โดยตรง ทำให้จังหวัดไม่สามารถติดตาม ตรวจสอบ หรือให้ความช่วยเหลือผู้กู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเห็นควรให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลเบื้องต้นระหว่าง กยศ. กับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้จังหวัด อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถติดตามและให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ประสบปัญหาได้อย่างเหมาะสม
ปัญหาสำคัญอีกประการหนึ่งคือข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานส่วนใหญ่ยังอยู่ที่ระดับโรงเรียน และไม่ได้เชื่อมโยงผ่านสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดหรือหน่วยงานในระดับเขตพื้นที่ ทำให้จังหวัดขาดข้อมูลทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ รวมถึงไม่สามารถทราบข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการคัดกรอง การยื่นขอรับทุน และการติดตามนักเรียนได้อย่างเป็นระบบ อีกทั้ง ยังพบข้อจำกัดด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างระดับการศึกษา โดยเฉพาะนักเรียนที่กู้ กยศ. ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยต่างพื้นที่ เมื่อจบการศึกษาหรือออกจากระบบแล้ว จังหวัดไม่สามารถติดตามข้อมูลเกี่ยวกับการชำระคืนเงินกู้หรือสถานะของผู้กู้ได้ เนื่องจากยังไม่มีแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทาง จึงเห็นว่าการพัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางและกลไกการบูรณาการระหว่างหน่วยงานจะเป็นส่วนสำคัญในการติดตาม ดูแล และช่วยเหลือนักเรียนและผู้กู้ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
นอกจากนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบทบาท ภารกิจ ตลอดจนสะท้อนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานของกองทุนทั้งสองแห่งในระดับพื้นที่ พร้อมเสนอแนะแนวทางการพัฒนากลไกการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อให้สามารถติดตาม ดูแล และให้ความช่วยเหลือเด็กและเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษาได้อย่างทั่วถึงและต่อเนื่อง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ