ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พิจารณา 3 ข้อเสนอ “กลุ่มพิทักษ์นาทับ” กรณีที่ดินสาธารณประโยชน์กุโบร์ท่ายาง อำเภอจะนะ ย้ำทุกขั้นตอนต้องเป็นธรรมตามกฎหมาย
วันนี้ (23 กันยายน 2569) เวลาประมาณ 14.00 น. ที่ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินของรัฐจังหวัดสงขลา (คพร. จังหวัดสงขลา) ครั้งที่ 2/2569 กรณีที่ดินสาธารณประโยชน์กุโบร์ท่ายาง หมู่ที่ 3 ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมี นายอรรถวุฒิ มูลศิริ เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา นายอภิรักษ์ ทิมมณี ป้องกันจังหวัดสงขลา ผู้แทนนายอำเภอเมืองสงขลา ผู้แทนผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม พร้อมด้วยผู้แทนกลุ่มพิทักษ์นาทับ จำนวน 5 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุม
ผู้แทนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา รายงานความเป็นมาของกรณีที่ดินสาธารณประโยชน์กุโบร์ท่ายาง ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 นายสมชาย หวังหมัด ประธานกลุ่มพิทักษ์นาทับ พร้อมตัวแทนชาวบ้านประมาณ 50 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อเรียกร้องให้มีการดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ในที่ดินแปลงสาธารณประโยชน์กุโบร์ท่ายาง ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 21 ไร่ โดยได้มีการรังวัดมาแล้วเมื่อปี 2566 แต่ปัจจุบันยังไม่มีการดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ในวันดังกล่าว ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้มอบหมายให้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา รับเรื่องจากกลุ่มแกนนำ พร้อมมอบหมายให้สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขาจะนะ เร่งดำเนินการรังวัดใหม่อีกครั้งให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน นับแต่วันที่ยื่นหนังสือ ส่วนประเด็นที่ 2 กรณีที่ดินซึ่งเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับที่ดินสาธารณประโยชน์ และมีการออกโฉนดที่ดินแล้วประมาณ 3 ไร่ ได้มอบหมายให้สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขาจะนะ ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่
จากนั้น จังหวัดสงขลาได้จัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมอบหมายให้อำเภอจะนะ โดยคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบุกรุกที่ดินสาธารณประโยชน์ ดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงดังกล่าว เพื่อรายงานต่อคณะอนุกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินของรัฐจังหวัดสงขลาให้พิจารณา ซึ่งคณะกรรมการได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วเสร็จ และนำเสนอคณะกรรมการ คพร. จังหวัดสงขลา พิจารณาเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ในการประชุม คพร. จังหวัดสงขลา ครั้งที่ 1/2569 ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้สำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขาจะนะ ดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ในที่ดินแปลงกุโบร์ท่ายาง ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เนื้อที่รวม 18 ไร่ 1 งาน 99.5 ตารางวา ส่วนที่ดินที่เหลือจากเนื้อที่ดังกล่าว ให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการไปใช้สิทธิทางศาลต่อไป
ต่อมา เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มพิทักษ์นาทับประมาณ 30 คน ได้เดินทางมายังศาลากลางจังหวัดสงขลา เพื่อสอบถามความคืบหน้าและขอให้เร่งดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงในแปลงดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงนี้มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 21 ไร่ ในวันดังกล่าว นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้ชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้าน พร้อมรับข้อเสนอให้มีการประชุมคณะกรรมการ คพร. จังหวัดสงขลา อีกครั้งเป็นกรณีพิเศษ โดยเปิดโอกาสให้ผู้แทนกลุ่มพิทักษ์นาทับ จำนวน 5 คน เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมของคณะกรรมการ คพร. จังหวัดสงขลา พร้อมมอบหมายให้ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ประสานกับกลุ่มนาทับ เพื่อรับทราบประเด็นและรายละเอียดความประสงค์ของกลุ่ม ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา จึงประสานกับกลุ่มแกนนำนาทับ และสรุปความประสงค์ของกลุ่มไว้ 3 ประเด็น ได้แก่ (1) ไม่ประสงค์ให้ดำเนินการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เนื้อที่ 18 ไร่ ก่อน (2) ต้องการอ่านแปลตีความภาพถ่ายทางอากาศ และ (3) ขอคัดถ่ายเอกสารที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานราชการ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
ด้านสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา ชี้แจงว่า อำเภอจะนะ โดยคณะกรรมการที่ได้รับมอบหมาย ได้ดำเนินการสอบสวนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ปกครองท้องที่ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเคยรู้เห็นหรือใช้ประโยชน์ในพื้นที่ จำนวน 7 ราย โดยได้สอบสวนประวัติความเป็นมาเรียบร้อยแล้ว สรุปได้ว่า ที่ดินสาธารณประโยชน์กุโบร์ท่ายาง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา มีสภาพเป็นที่ราบ และเป็นที่สาธารณประโยชน์ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ใช้เป็นสถานที่ฝังศพของประชาชนในพื้นที่ตำบลนาทับมาเป็นเวลานานกว่า 70 ปี โดยประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันเป็นสถานที่ฝังศพของพี่น้องทั้งชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิม ทั้งนี้ ในช่วงวันเพ็ญเดือน 6 ของทุกปี จะมีการทำบุญกูโบร์และทำบุญให้แก่บรรพบุรุษที่เสียชีวิตและฝังศพอยู่ในกูโบร์แห่งนี้
สำหรับเนื้อที่ของกูโบร์นั้น ผู้ใหญ่บ้านและผู้นำท้องที่ทั้งในอดีตและปัจจุบันให้ข้อมูลว่า ไม่ทราบเนื้อที่อย่างชัดเจน โดยส่วนใหญ่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาณาเขตของกุโบร์ท่ายางว่า ทิศเหนือติดกับที่ดินของนายเด ลิมะพันธุ์ ทิศใต้ติดกับที่ดินของนายโส๊ป แสนสาหัส ทิศตะวันออกติดกับที่ดินของนายสาและ จันอิ และทิศตะวันตกติดกับคลองนาทับนะ ส่วนที่ดินกูโบร์ด้านทิศตะวันออก ซึ่งเคยมีการอ้างว่ามีอาณาเขตติดทะเลนั้น จากการตรวจสอบปรากฏว่าไม่ได้มีอาณาเขตจดทะเลหลวงแต่อย่างใด โดยผลการตรวจสอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ที่อ้างว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อนกับที่ดินซึ่งได้มีการออกโฉนดที่ดินไปแล้วโดยรอบ เมื่อพิจารณาจากรูปแผนที่การรังวัดเพื่อออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2523 พบว่ามีลักษณะเป็นรูปแผนที่ใบโพธิ์ โดยพื้นที่ข้างเคียงแจ้งจดเป็นทะเลหลวง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบเคียงกับแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ 5 ชั้นปี ซึ่งมีใช้ในราชการ ปรากฏว่าไม่ได้จดเป็นทะเลหลวงแต่อย่างใด และจากการตรวจสอบหลักฐานที่ดินแปลงข้างเคียงและการใช้ประโยชน์ในปัจจุบัน มีข้อพิจารณาว่า การรังวัดในครั้งนั้นอาจมีความคลาดเคลื่อนและไม่ตรงกับสภาพการใช้ประโยชน์จริง ประกอบกับหลักฐานการขอออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ตามที่ภาคประชาชนนำชี้ มีลักษณะเป็นการแจ้งพื้นที่ข้างเคียงที่เป็นที่สาธารณประโยชน์ลงในทะเบียนที่สาธารณประโยชน์ โดยยึดตามผลการรังวัด น.ส.ล. เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2523
ทั้งนี้ ผลการรังวัดตามรูปแผนที่ของผู้ขอ คือ เทศบาลตำบลนาทับ อำเภอจะนะ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลรักษาพื้นที่ พร้อมด้วยเจ้าของที่ดินข้างเคียงได้ร่วมกันนำชี้แนวเขต และปรากฏว่าในการรังวัดทุกครั้งได้ดำเนินการตรวจสอบแนวเขตที่ดินข้างเคียง โดยการรังวัดดังกล่าวดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กรมที่ดินกำหนดไว้อย่างครบถ้วน
สำหรับผลการตรวจสอบของคณะกรรมการชุด 3536 ซึ่งมีนายอำเภอเป็นประธานคณะกรรมการ และประกอบด้วยผู้ปกครองท้องที่ ท้องถิ่น รวมถึงสำนักงานที่ดิน ได้มีการนำผลการพิจารณาเข้าสู่คณะกรรมการพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดินของรัฐ เพื่อร่วมตรวจสอบ ทบทวน และจัดทำความเห็นอีกครั้ง
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบข้อเสนอทั้ง 3 ประเด็นของผู้แทนกลุ่มพิทักษ์นาทับ ได้แก่ (1) ชะลอการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) เนื้อที่ 18 ไร่ (2) เผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศในส่วนที่สามารถเปิดเผยได้ โดยให้ดำเนินการภายใต้ระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ (3) เห็นชอบให้สามารถคัดถ่ายเอกสารที่เกี่ยวข้องจากหน่วยงานราชการ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้กำชับให้การดำเนินการในทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย..//
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ