องคมนตรี ลงพื้นที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ติดตามผลการดำเนินงานโครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ 2569 มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิต พัฒนาทักษะคนทุกช่วงวัย และสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
วันนี้ (1 ตุลาคม 2569) เวลา 09.30 น. ที่ห้องประชุมวิชัชรัตนากร ชั้น 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี ลงพื้นที่ติดตามและรับฟังผลการดำเนินงานตามโครงการยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมถึงการขับเคลื่อนงาน “วิศวกรสังคม” ตลอดจนการดำเนินงานระบบคลังหน่วยกิต (Credit Bank) และการเรียนการสอนออนไลน์ SKRU MOOC ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน การสร้างโอกาสทางการศึกษา และการพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย
โอกาสนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชษฐ์ จันทวี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ ร่วมให้การต้อนรับ
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลามีจุดแข็งทั้งด้านเศรษฐกิจชายแดน การเกษตร ประมง อุตสาหกรรม การศึกษา และการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอำเภอหาดใหญ่ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและบริการที่เชื่อมโยงกับประเทศมาเลเซีย ขณะที่เมืองเก่าสงขลาและชุมชนโดยรอบทะเลสาบสงขลา สะท้อนวิถีพหุวัฒนธรรมและภูมิปัญญา “โหนด นา เล” ซึ่งเป็นอัตลักษณ์สำคัญของพื้นที่ จนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยจังหวัดได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านวิทยาการอาหารของยูเนสโกในปี พ.ศ. 2568 จังหวัดจึงมุ่งต่อยอดวัตถุดิบจากระบบนิเวศ “สองทะเล สามน้ำ” และอาหารพื้นถิ่น ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อเพิ่มโอกาสให้แก่ชุมชนและผู้ประกอบการ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและการจัดประชุมอย่างยั่งยืน
ในด้านการศึกษา จังหวัดสงขลามีสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีขึ้นไปทั้งภาครัฐและเอกชน จำนวน 6 แห่ง โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาเป็นสถาบันอุดมศึกษากลุ่มที่ 3 ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนท้องถิ่นหรือชุมชนอื่น และเป็นภาคีสำคัญในการนำองค์ความรู้ งานวิจัย และนักศึกษาไปทำงานร่วมกับชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเกิดผลต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับการดำเนินงานตามโครงการมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาวางกรอบการดำเนินงานครอบคลุม 4 โปรแกรมหลัก ได้แก่ การยกระดับเศรษฐกิจฐานรากบนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การส่งเสริมคุณภาพชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนเชิงพื้นที่ การเสริมสร้างชุมชนรักษ์โลกเพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการติดอาวุธทางปัญญาเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมีโครงการสำคัญ อาทิ การพัฒนาคุณภาพชีวิตและยกระดับเศรษฐกิจฐานราก การยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยหลัก BCG Model การเพิ่มศักยภาพชุมชน Soft Power บนฐานอัตลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น การพัฒนาทรัพยากรชุมชนอย่างยั่งยืน การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการพัฒนานวัตกรรมชุมชนด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม
ในส่วนของการบริหารงบประมาณ มหาวิทยาลัยได้รับงบประมาณสำหรับดำเนินโครงการตามยุทธศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น รวมประมาณ 37.49 ล้านบาท ครอบคลุมการดำเนินงานทั้ง 4 โปรแกรม โดยมุ่งให้เกิดผลเป็นรูปธรรมในระดับพื้นที่ ทั้งด้านการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การพัฒนาผลิตภัณฑ์และอาชีพ การส่งเสริมคุณภาพชีวิต การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาการศึกษาและทักษะของประชาชน ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานสะท้อนการเข้าถึงประชาชนและชุมชนในวงกว้าง โดยมีประชาชนได้รับการพัฒนา 4,811 คน ผลิตภัณฑ์ได้รับการพัฒนาและเพิ่มมูลค่า 168 ผลิตภัณฑ์ และมีชุมชนต้นแบบหรือศูนย์การเรียนรู้ต้นแบบ 23 แห่ง
จากนั้น องคมนตรีได้รับฟังการบรรยายสรุป การบริหารงานและการใช้งบประมาณเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเชษฐ์ จันทวี อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยนำเสนอกรอบการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ของโครงการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่ตามบริบทและความต้องการของชุมชน พร้อมใช้กลไกการมีส่วนร่วมและการติดตามประเมินผลเพื่อให้การใช้งบประมาณเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ทั้งยังมีการประเมินผลตอบแทนทางสังคม (SROI) สำหรับโครงการที่มีมูลค่าตั้งแต่ 100,000 บาทขึ้นไป เพื่อสะท้อนผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินโครงการในพื้นที่
ผลการดำเนินงานที่นำเสนอครอบคลุมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก การยกระดับผลิตภัณฑ์ชุมชน การส่งเสริม Soft Power การพัฒนาคุณภาพชีวิต การจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยผลการดำเนินงานหลายตัวชี้วัดมีจำนวนสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด เช่น มีนวัตกรรมการพัฒนาท้องถิ่นตามบริบทพื้นที่และภูมิสังคม 74 นวัตกรรม จากเป้าหมาย 33 นวัตกรรม และมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ครัวเรือน หรือประชาชนได้รับการยกระดับ 77 กลุ่ม/172 ครัวเรือน/คน จากเป้าหมาย 40 กลุ่ม/145 ครัวเรือน
ต่อมา องคมนตรีได้รับฟังการบรรยายสรุปการสนับสนุนโครงการวิศวกรสังคมของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนัย ตันวานิช รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานักศึกษา ซึ่งมหาวิทยาลัยกำหนดให้กระบวนการ “วิศวกรสังคม” เป็นกลไกในการพัฒนา Soft Skills และคุณลักษณะของนักศึกษา ให้สามารถเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงและมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและชุมชน โดยมุ่งสร้างคนที่มีทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่น และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับการแก้ไขปัญหาในพื้นที่
การดำเนินงานมีทั้งการอบรมเชิงปฏิบัติการและการฝึกใช้เครื่องมือวิศวกรสังคม อาทิ “ฟ้าประทาน” เพื่อฝึกการแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความรู้สึกและอารมณ์ การสังเกต การตั้งคำถาม และการวิเคราะห์ข้อมูล “ไทม์ไลน์พัฒนาการ” เพื่อทำความเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่อย่างเป็นระบบ รวมถึง “ไทม์ไลน์กระบวนการ/M.I.C. Model” ซึ่งประกอบด้วย Modify, Improve และ Create สำหรับการปรับปรุง ยกระดับ และสร้างแนวทางใหม่ในการพัฒนากระบวนการ นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยยังมุ่งต่อยอดทักษะวิศวกรสังคมไปสู่การทำงานจริงในชุมชน โดยมีการลงพื้นที่ศึกษาปัญหาและเก็บข้อมูล ถ่ายทอดองค์ความรู้หรือนวัตกรรมให้แก่ชุมชน รวมถึงการประกวดและแสดงผลงานด้านนวัตกรรมเพื่อสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชน โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มีการดำเนินกิจกรรมด้านวิศวกรสังคม 6 กิจกรรม ครอบคลุม 10 อำเภอ 13 ตำบล และ 15 ชุมชน
ในภาคบ่าย องคมนตรีรับฟังการบรรยายสรุประบบการเรียนแบบสะสมหน่วยกิตเพื่อเทียบโอนวุฒิการศึกษา (Credit Bank) และหลักสูตรการเรียนการสอนออนไลน์ SKRU MOOC : Massive Open Online Course ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา โดยรองศาสตราจารย์ ดร.วีระชัย แสงฉาย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการและวิจัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลาได้ขับเคลื่อนระบบคลังหน่วยกิตและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใต้ข้อบังคับ พ.ศ. 2566 โดยมีระบบกำกับดูแล หลักสูตรแบบชุดวิชาที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนอย่างยืดหยุ่นและสะสมผลการเรียนรู้ หลักสูตรระยะสั้นเพื่อพัฒนาทักษะเฉพาะทาง ระบบการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ เครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษาและภาคี รวมถึงการพัฒนาระบบทะเบียนและคลังหน่วยกิตในรูปแบบดิจิทัล
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้พัฒนาหลักสูตรแบบชุดวิชาและหลักสูตรระยะสั้นเพื่อรองรับการเรียนรู้ของประชาชนทุกช่วงวัย ตลอดจนพัฒนารายวิชา Thai MOOC และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลาและพัทลุง โดยในปี พ.ศ. 2568 มีการพัฒนาหลักสูตรและกิจกรรมเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 72 หลักสูตร สะท้อนการขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการศึกษาได้อย่างยืดหยุ่นมากขึ้น
ทั้งนี้ การขับเคลื่อนระบบ Credit Bank และ SKRU MOOC มุ่งให้การเรียนรู้ไม่จำกัดอยู่เพียงในระบบการศึกษาแบบเดิม แต่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถสะสมผลการเรียนรู้ พัฒนาทักษะเฉพาะทาง และนำความรู้หรือประสบการณ์มาเทียบโอนได้ตามหลักเกณฑ์ ขณะเดียวกันยังเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงมหาวิทยาลัยกับสถานศึกษา ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ