ผู้ว่าฯ สงขลา สั่งทุกหน่วยยกระดับเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ เน้นบูรณาการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ

ผู้ว่าฯ สงขลา สั่งทุกหน่วยยกระดับเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ เน้นบูรณาการช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ
     วันนี้ 22 ตุลาคม 2569 เวลา 14.00 น. ที่ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือกรณีเกิดอุทกภัย โดยเฉพาะพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยรอบ เพื่อให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร และแผนเผชิญเหตุ พร้อมบูรณาการการทำงานอย่างเป็นเอกภาพ เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น
     สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติภาคที่ 4 รายงานว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้ออกประกาศฉบับที่ 21 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 แจ้งเตือนพื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงอุทกภัย โดยจังหวัดสงขลาต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ระหว่างวันที่ 23–26 ตุลาคม 2569 เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอคลองหอยโข่งและอำเภอหาดใหญ่ ซึ่งมีความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่ระบายน้ำไม่ทัน โดยเฉพาะบริเวณที่เคยเกิดน้ำท่วมซ้ำซาก ทั้งนี้ ขอให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษหากมีฝนตกสะสมเกิน 90 มิลลิเมตร ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำอู่ตะเภาในช่วงที่ผ่านมา พบว่ามีฝนตกเล็กน้อยในบางพื้นที่ โดยบริเวณบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ มีปริมาณฝนประมาณ 7 มิลลิเมตร และอำเภอนาทวีประมาณ 3 มิลลิเมตร ขณะที่ระดับน้ำในสถานีตรวจวัดสำคัญยังต่ำกว่าตลิ่ง ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน 3 แห่ง มีปริมาณน้ำอยู่ในระดับประมาณร้อยละ 30–40 โดยภาพรวมสถานการณ์น้ำยังอยู่ในเกณฑ์ปกติ อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าในช่วง 3 วันข้างหน้าอาจมีฝนตกในบางพื้นที่ จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
     ขณะที่ ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก รายงานว่า ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีในหลายสถานียังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย โดยคาดการณ์ว่าในช่วงปลายเดือนตุลาคมถึงเดือนพฤศจิกายน อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ เนื่องจากร่องมรสุมมีแนวโน้มเคลื่อนผ่านภาคใต้ โดยเฉพาะช่วงวันที่ 24–27 ตุลาคม 2569 ซึ่งอาจมีฝนเพิ่มขึ้นและเกิดน้ำรอการระบายในบางจุด จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือและติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
     สำนักงานทรัพยากรน้ำที่ 8 รายงานว่า ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 20 ตุลาคม 2569 อยู่ที่ประมาณ 926 มิลลิเมตร ขณะที่ลำน้ำสายหลักในจังหวัดสงขลายังมีปริมาณน้ำอยู่ในระดับที่สามารถรองรับได้ โดยระดับน้ำบริเวณบ้านปากรอและบ้านปากทะเลยังต่ำกว่าตลิ่ง อย่างไรก็ตาม พื้นที่อำเภอหาดใหญ่ อำเภอสะเดา และอำเภอนาทวี ยังคงต้องเฝ้าระวัง หากมีฝนตกสะสมเกิน 90 มิลลิเมตร อาจส่งผลให้เกิดน้ำท่วมได้ พร้อมเตรียมเครื่องสูบน้ำและเครื่องมือสนับสนุนในพื้นที่เสี่ยง
     ด้านโครงการชลประทานสงขลา ให้ข้อมูลปริมาณฝนสะสมซึ่งอยู่ที่ประมาณ 912 มิลลิเมตร ต่ำกว่าค่าปกติประมาณ 356 มิลลิเมตร ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลางทั้ง 3 แห่งมีปริมาณน้ำรวมประมาณร้อยละ 31 ของความจุ โดยระดับน้ำในแหล่งน้ำสำคัญส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์ต่ำ พร้อมกำหนดพื้นที่เสี่ยง 22 จุด เพื่อจัดทำแผนรับมือและเตรียมช่วยเหลือประชาชน รวมถึงติดตั้งเครื่องสูบน้ำในพื้นที่เสี่ยงแล้ว 25 เครื่อง ใน 24 จุด พร้อมตรวจสอบระบบระบายน้ำและเครื่องมือให้พร้อมใช้งาน
     ทั้งนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ได้เตรียมความพร้อมศูนย์ปฏิบัติการเหตุการณ์จังหวัด ณ ห้องประชุม Conference ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา และวางแผนจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเหตุการณ์ส่วนหน้า ณ ค่ายเสนาณรงค์ มณฑลทหารบกที่ 42 อำเภอหาดใหญ่ หากสถานการณ์ยกระดับเข้าสู่ระดับ 3 หรือ 4 พร้อมจัดตั้งคณะทำงานวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์น้ำ เพื่อสนับสนุนข้อมูลให้แก่อำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ประกอบการตัดสินใจและแจ้งเตือนประชาชน
     ขณะเดียวกัน จังหวัดได้เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ โดยประสานหน่วยงานและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้กำจัดวัชพืช ขุดลอกคูคลองและท่อระบายน้ำ รวมถึงสำรวจพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซากทั้ง 16 อำเภอ พร้อมจัดทำบัญชีเครื่องจักรและเครื่องมือสำหรับการช่วยเหลือประชาชน โดยมีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำครอบคลุม 11 อำเภอ จำนวน 152 จุด รวม 236 เครื่อง ตลอดจนสำรวจและเตรียมความพร้อมศูนย์พักพิงและจุดปลอดภัย จำนวน 197 แห่ง ตามข้อมูลที่รายงานต่อที่ประชุม
     นอกจากนี้ ยังมีการฝึกซ้อมแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับท้องถิ่น ชุมชน จังหวัด และระดับชาติ รวมถึงการเตรียมความพร้อมระบบแจ้งเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ร่วมกับศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ เพื่อให้สามารถแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็วและเหมาะสมกับระดับความรุนแรงของสถานการณ์ ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ฝึกซ้อมแผนเผชิญเหตุแล้ว 84 แห่ง จากทั้งหมด 141 แห่ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการอพยพและลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน
     โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเร่งประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติก่อนเกิดเหตุและระหว่างเกิดน้ำท่วม อาทิ การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การเตรียมสิ่งของจำเป็นสำหรับการอุปโภคบริโภค การติดตามข่าวสารและช่องทางขอความช่วยเหลือ รวมถึงการบันทึกภาพความเสียหายไว้เป็นหลักฐานเพื่อประกอบการดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง
     พร้อมกันนี้ ให้เร่งสำรวจและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ทั้งบริเวณคูคลอง ท่อลอด และทางระบายน้ำ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักร เครื่องมือสื่อสาร เรือ และเครื่องสูบน้ำ เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที โดยเน้นการประสานงานผ่านนายอำเภอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หากเกิดเหตุฉุกเฉินประชาชนสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 หรือประสานผู้บริหารจังหวัดได้โดยตรง
     นอกจากนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้กำชับให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเตรียมความพร้อมเปิดศูนย์พักพิงและจุดอพยพ รวมถึงจัดตั้งครัวเพื่อประกอบอาหารช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อจำเป็น พร้อมขอให้ทุกหน่วยงานติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอดช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายน ซึ่งยังเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และพื้นที่โดยรอบ เพื่อให้การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถดูแลความปลอดภัยของประชาชนได้อย่างทั่วถึง


 


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความที่น่าสนใจ