สวนสัตว์สงขลาจับมือปศุสัตว์จังหวัดสงขลา เตรียมพื้นที่รองรับช้าง 4 เชือก หลังเจ้าของขอความอนุเคราะห์ใช้เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราว 6 เดือน บรรเทาผลกระทบข้อร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ท่าข้าม
สืบเนื่องจากกรณีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการเลี้ยงช้าง สิงโต และไลเกอร์ ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ตำบลท่าข้าม อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งความกังวลด้านความปลอดภัย เสียงรบกวน และกลิ่นเหม็นจากมูลสัตว์นั้น
วันนี้ (3 พฤศจิกายน 2569) เวลา 10.40 น. ที่สวนสัตว์สงขลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายธนากร ผ่องผุด อายุ 34 ปี เจ้าของสัตว์ ได้เข้าขอความอนุเคราะห์ใช้พื้นที่ภายในสวนสัตว์สงขลาเป็นสถานที่พักพิงและดูแลช้าง จำนวน 4 เชือก ประกอบด้วย ช้างเพศผู้ อายุ 40 ปี จำนวน 1 เชือก อายุ 10 ปี จำนวน 1 เชือก และลูกช้างเพศเมีย อายุประมาณ 3–4 ปี จำนวน 2 เชือก โดยช้างทั้งหมดมีถิ่นกำเนิดจากจังหวัดสุรินทร์ และได้รับอนุญาตให้เคลื่อนย้ายมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าของมีเอกสารการครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมมีควาญช้างเป็นผู้ดูแล โดยเจ้าของเห็นว่าสวนสัตว์สงขลามีความพร้อมด้านสถานที่และบุคลากร อีกทั้งช้างเป็นช้างที่ผ่านการฝึก ละมีความสามารถในการแสดง ซึ่งคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมของสวนสัตว์ จึงประสงค์ขอใช้พื้นที่เป็นการชั่วคราว โดยระบุว่าไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น และเร่งดำเนินการเคลื่อนย้ายสัตว์ออกจากพื้นที่เดิม เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน
โอกาสนี้ นางสาวอุฬาริกา กองพรหม ผู้อำนวยการสวนสัตว์สงขลา มอบหมายให้นายวิเวก สุขเอียด หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ วิจัย และสุขภาพสัตว์ เป็นผู้แทนร่วมประชุมหารือแนวทางการให้ความช่วยเหลือ พร้อมด้วยนายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา นายสุนัน ไชยกูล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 2 ตำบลท่าข้าม นายธนากร ผ่องผุด เจ้าของสัตว์ และผู้แทนสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 เพื่อร่วมหารือความพร้อมด้านพื้นที่ เอกสารหลักฐานตามระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรการดูแลสุขภาพและสวัสดิภาพของช้างอย่างเหมาะสม
โดย นายวิเวก สุขเอียด หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ วิจัย และสุขภาพสัตว์ เน้นย้ำให้เจ้าของช้างดำเนินการด้านเอกสารและหลักฐานประจำตัวสัตว์ให้ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย โดยเฉพาะการตรวจสอบไมโครชิปและใบรับรองสุขภาพหรือโรคติดต่อของช้าง เพื่อให้การเคลื่อนย้ายและการดูแลเป็นไปอย่างถูกต้อง สำหรับแนวทางรองรับช้างทั้ง 4 เชือก ซึ่งประกอบด้วยช้างโตเต็มวัยเพศผู้ 2 เชือก และลูกช้างเพศเมีย 2 เชือก สวนสัตว์สงขลาจะพิจารณาจัดเตรียมพื้นที่ให้เหมาะสม โดยเปิดโอกาสให้เจ้าของช้างเลือกพื้นที่ที่มีความพร้อม ส่วนค่าอาหารและค่าใช้จ่ายในการดูแลทั้งหมด เจ้าของช้างจะเป็นผู้รับผิดชอบ ขณะที่การจัดที่พักสำหรับควาญช้างหรือผู้ดูแล จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสวนสัตว์ ทั้งนี้ จะใช้พื้นที่เป็นสถานที่พักพิงชั่วคราวประมาณ 6 เดือน ก่อนเคลื่อนย้ายช้างกลับไปยังจังหวัดสุรินทร์ตามแผนที่กำหนด
ภายหลังการประชุม คณะได้ลงพื้นที่ภายในสวนสัตว์สงขลา เพื่อสำรวจความเหมาะสมของสถานที่สำหรับรองรับช้างทั้ง 4 เชือก โดยตรวจสอบสภาพพื้นที่และความพร้อมในการดูแล รวมถึงแนวทางจัดพื้นที่ให้เอื้อต่อการดำรงชีวิต สุขภาพ และความปลอดภัยของช้าง ตลอดจนการบริหารจัดการในช่วงพักพิง โดยให้ความสำคัญกับหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) เป็นสำคัญ
โอกาสนี้ นายพินิจ สวัสดิรักษา ปศุสัตว์จังหวัดสงขลา ให้สัมภาษณ์ว่า จากปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ตำบลท่าข้าม สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสงขลาได้ร่วมกับเจ้าของช้างหาแนวทางแก้ไขและลดผลกระทบต่อประชาชน โดยประสานสวนสัตว์สงขลาเพื่อขอใช้พื้นที่พักพิงช้างเป็นการชั่วคราว เนื่องจากมีความพร้อมทั้งด้านสถานที่ คอก และบุคลากร รวมถึงมีควาญช้างที่มีประสบการณ์ในการดูแล ซึ่งสวนสัตว์สงขลายินดีให้ความช่วยเหลือ โดยช้างที่นำมาพักพิงเป็นช้างที่เชื่อง คุ้นเคยกับคน เคยผ่านการแสดงและไม่มีนิสัยดุร้าย จึงสามารถดูแลและเปิดให้ประชาชนหรือนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมได้ภายใต้มาตรการที่เหมาะสม
สำหรับการเคลื่อนย้ายช้างกลับไปยังพื้นที่เดิมในจังหวัดสุรินทร์ จำเป็นต้องใช้เวลาประมาณ 6 เดือนในการก่อสร้างคอกและโรงเรือนแห่งใหม่ เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จจึงจะสามารถดำเนินการเคลื่อนย้ายได้ตามแผน ส่วนกรณีที่เจ้าของไม่สามารถรับช้างกลับไปดูแลได้ในอนาคต จะต้องหารือแนวทางดำเนินการร่วมกันต่อไป
ส่วนสัตว์ประเภทไลเกอร์และสิงโตขาว ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 นั้น ยังมีข้อกำหนดด้านกฎหมายและเงื่อนไขเกี่ยวกับสิทธิการครอบครองที่ต้องตรวจสอบเพิ่มเติม รวมถึงพิจารณาความเป็นไปได้ในการเคลื่อนย้าย เนื่องจากอาจต้องดำเนินการวางยาสลบสัตว์ และตรวจสอบสถานะทางกฎหมายว่ามีคำสั่งอายัดหรือไม่
ด้านนายวิเวก สุขเอียด หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ วิจัย และสุขภาพสัตว์ กล่าวว่า สวนสัตว์สงขลายินดีให้ความช่วยเหลือและอนุเคราะห์ใช้พื้นที่เป็นสถานที่พักพิงช้างเป็นการชั่วคราว เพื่อบรรเทาปัญหาข้อพิพาทและความขัดแย้งในพื้นที่ ก่อนที่เจ้าของจะวางแผนดำเนินการในระยะต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการนำช้างกลับจังหวัดสุรินทร์หรือเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อื่น
ทั้งนี้ สัตว์ทุกตัวที่เข้ามาพักพิงภายในสวนสัตว์สงขลาจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง อาทิ CITES, WAZA และ ISO รวมถึงยึดหลักสวัสดิภาพสัตว์ (Animal Welfare) โดยคำนึงถึงหลักอิสรภาพ 5 ประการ ได้แก่ อิสรภาพจากความหิวกระหาย อิสรภาพจากความไม่สบายกาย อิสรภาพจากความเจ็บปวด บาดเจ็บ หรือโรคภัย อิสรภาพจากความกลัวและความทุกข์ใจ และอิสรภาพในการแสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ เพื่อให้สัตว์ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมทั้งด้านร่างกายและจิตใจ
สำหรับอาหารของสัตว์ สวนสัตว์มีการจัดเตรียมอาหารที่หลากหลาย มีคุณค่าทางโภชนาการ เพียงพอและปลอดภัย พร้อมบริหารจัดการพื้นที่ให้คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยสวนสัตว์สงขลามีประสบการณ์ในการดูแลสัตว์มาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเจ้าของช้างมีเอกสารและหลักฐานการครอบครองถูกต้องตามกฎหมาย และสถานที่เลี้ยงเดิมมีโครงสร้างที่แข็งแรงและปลอดภัย อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกังวลจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับกลิ่น เสียง และการจัดการมูลสัตว์ที่อาจยังไม่ผ่านการบำบัดอย่างเหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลต่อความรู้สึกปลอดภัยของชุมชน รวมถึงความเสี่ยงกรณีสัตว์หลุดออกจากพื้นที่
นายวิเวกฯ หัวหน้าฝ่ายอนุรักษ์ วิจัย และสุขภาพสัตว์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ควาญช้างของสวนสัตว์สงขลาและควาญช้างของเจ้าของสัตว์ต่างมีความคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี จึงเชื่อว่าจะสามารถประสานความร่วมมือและหาแนวทางดูแลช้างร่วมกันได้ พร้อมเปิดโอกาสให้ประชาชนที่มีข้อกังวลเข้ามาตรวจสอบการดูแลสัตว์ภายในสวนสัตว์ได้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าสัตว์ได้รับการดูแลตามหลักสวัสดิภาพอย่างเหมาะสม โดยสวนสัตว์สงขลาเปิดให้บริการแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป พร้อมให้ความรู้ด้านธรรมชาติวิทยาและสัตว์ป่า หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สวนสัตว์สงขลา..//
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ