คณะอนุกรรมาธิการส่งเสริม SMEs วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ศึกษาศักยภาพเขตเศรษฐกิจพิเศษ เสริมโอกาสผู้ประกอบการท้องถิ่น เชื่อมโยงการค้าชายแด

คณะอนุกรรมาธิการส่งเสริม SMEs วุฒิสภา ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ศึกษาศักยภาพเขตเศรษฐกิจพิเศษ เสริมโอกาสผู้ประกอบการท้องถิ่น เชื่อมโยงการค้าชายแดน
วันนี้ (6 พฤศจิกายน 2569) เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และการอุตสาหกรรม วุฒิสภา นำโดย นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการส่งเสริมเอสเอ็มอีและเขตเศรษฐกิจพิเศษสู่ตลาดภาครัฐและออนไลน์ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ระหว่างวันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569 เพื่อศึกษาดูงานเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์จากเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา แนวทางการพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งและการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ข้ามแดน ตลอดจนแนวทางส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ให้รวมกลุ่มบริหารจัดการปริมาณสินค้าส่งออก เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองและลดต้นทุนค่าขนส่ง
โอกาสนี้ นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้ นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูล
นายสังคม เกิดก่อ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า จังหวัดสงขลากำหนดเป้าหมายการพัฒนาจังหวัดภายใต้วิสัยทัศน์ “สงขลาเมืองน่าอยู่ ศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงอาเซียน พัฒนาอย่างยั่งยืน” โดยมีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ เศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีบนวิถีความพอเพียง และสิ่งแวดล้อมมีคุณภาพควบคู่กับการรักษาฐานทรัพยากรอย่างยั่งยืน
การลงพื้นที่ของคณะอนุกรรมาธิการในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญที่จังหวัดจะได้รับข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อนำไปต่อยอดการพัฒนา โดยเฉพาะเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านการค้าชายแดนและการลงทุน เชื่อมโยงเศรษฐกิจในระดับอาเซียน มุ่งเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานภาคอุตสาหกรรมและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ จังหวัดสงขลามีด่านชายแดนสำคัญ 3 แห่ง ได้แก่ ด่านศุลกากรสะเดา ด่านปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา และด่านประกอบ อำเภอนาทวี ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการค้าชายแดนและการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศ นอกจากนี้ ยังมีนิคมอุตสาหกรรม 2 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมภาคใต้ และนิคมอุตสาหกรรมสงขลา
รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวเพิ่มเติมว่า การแลกเปลี่ยนข้อมูลและข้อคิดเห็นในครั้งนี้ จะช่วยสนับสนุนการกำหนดนโยบาย การบูรณาการองค์ความรู้ และการประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของจังหวัดสงขลาและจังหวัดภาคใต้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน
ด้าน นายสหพันธ์ รุ่งโรจนพณิชย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวว่า จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าและประตูการค้าชายแดนที่สำคัญของภาคใต้ ด้วยทำเลที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม โลจิสติกส์ รวมถึงด่านศุลกากรชายแดนที่เอื้อต่อการเชื่อมโยงเศรษฐกิจและการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพและแนวทางการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยจังหวัดสงขลาถือเป็นพื้นที่ที่มีความก้าวหน้าและมีศักยภาพโดดเด่น ทั้งด้านการคมนาคม การขนส่งและโลจิสติกส์ข้ามแดน การใช้ประโยชน์จากเส้นทางรถไฟ ตลอดจนการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการค้า การลงทุน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ขณะเดียวกัน การส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ในท้องถิ่นให้เติบโตและเข้มแข็ง ถือเป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของคณะอนุกรรมาธิการ โดยมุ่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ธุรกิจระบบอัตโนมัติ สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนเพิ่มโอกาสในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐผ่านระบบ SME-GP
ทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs มากกว่า 3.1 ล้านราย แต่มีผู้ประกอบการที่เข้าสู่ระบบ SME-GP เพียงประมาณ 80,000 ราย สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการพัฒนาศักยภาพและขยายช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการอีกเป็นจำนวนมาก เนื่องจาก SMEs เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การส่งเสริมให้ธุรกิจเหล่านี้เติบโตอย่างเข้มแข็ง จึงจะช่วยกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งให้แก่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม
นายสหพันธ์ฯ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะอนุกรรมาธิการต้องการรับฟังข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และสภาอุตสาหกรรมจังหวัด เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับศักยภาพ ปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินงาน ตลอดจนข้อเสนอแนะในการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มศักยภาพ เพิ่มโอกาสในการลงทุน และดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาในพื้นที่มากขึ้น โดยข้อมูลที่ได้รับจะนำไปประกอบการพิจารณาเสนอแนะแนวทางเชิงนโยบาย เพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดสงขลาและภาพรวมของประเทศ
สำหรับประเด็นสำคัญในการศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประกอบด้วย 4 ประเด็น ได้แก่
1. การบริหารจัดการและการใช้ประโยชน์จากเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งและระบบอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ข้ามแดน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า การลงทุน และส่งเสริมการค้าชายแดนอย่างเป็นรูปธรรม
2. การสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ SMEs ในท้องถิ่นกับภาคอุตสาหกรรม ผู้ส่งออก ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ และองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั้งในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้สนับสนุนบริการ และผู้จัดจำหน่ายในเขตเศรษฐกิจพิเศษ
3. กระบวนการทางศุลกากร การตรวจปล่อยสินค้า การรับรองมาตรฐานสินค้าระหว่างประเทศ การใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า และการบริหารจัดการต้นทุนโลจิสติกส์ เพื่อกำหนดแนวทางลดข้อจำกัดทางการค้าและเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ขยายตลาดสู่ประเทศมาเลเซีย
4. การเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งระหว่างด่านศุลกากรชายแดน ท่าเรือน้ำลึกสงขลา และศูนย์กระจายสินค้าในภูมิภาค เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเคลื่อนย้ายสินค้าข้ามแดนและการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ


สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา / ข่าว-ภาพ


image รูปภาพ
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar