สงขลาประชุม กรอ.จังหวัด หารือมาตรการเร่งรับมือภัยแล้ง–น้ำท่วม เตรียมโครงการเสนอ ครม.สัญจร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
28 เมษายน 2569 ที่ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา มอบหมายให้นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดสงขลา ครั้งที่ 4/2569 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้าร่วมเพื่อติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ การเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้ง อุทกภัย และสถานการณ์พลังงานจังหวัด รวมถึงการเตรียมโครงการสำคัญเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร)
โดยที่ประชุมได้ติดตามการเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้ง โดยสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา รายงานว่าได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ระดับจังหวัดและอำเภอ พร้อมจัดทำแผนเผชิญเหตุครบถ้วน และบูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยทหารในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่เสี่ยง ซึ่งพบว่ามีพื้นที่เสี่ยงสูง 10 อำเภอ 12 ตำบล 28 หมู่บ้าน ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 3 แห่ง ยังมีปริมาณน้ำเฉลี่ยร้อยละ 56 อยู่ในเกณฑ์ดี แม้ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปีจะมีเพียง 76.9 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก คาดการณ์ว่าเดือนพฤษภาคม 2569 จังหวัดสงขลาจะมีอุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 34-36 องศาเซลเซียส และมีปริมาณฝนใกล้เคียงหรืออาจน้อยกว่าค่าปกติเล็กน้อย โดยสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญจะเริ่มส่งผลชัดเจนตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-มิถุนายนเป็นต้นไป และอาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงปลายเดือนกรกฎาคม
ด้านการประปาส่วนภูมิภาค เขต 5 ยืนยันความพร้อมในการผลิตและจ่ายน้ำประปาตลอดฤดูแล้ง โดยดูแลพื้นที่ 20 สาขา พบว่า 17 สาขายังอยู่ในเกณฑ์ปกติ และอีก 3 สาขาอยู่ในระดับเฝ้าระวัง พร้อมดำเนินมาตรการเชิงรุก ทั้งการขุดลอกแหล่งน้ำดิบ ซ่อมแซมฝายชั่วคราว ต่อท่อดูดน้ำเพิ่มเติม และวางแผนระยะยาวในรูปแบบ Water Grid เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในอนาคต
ที่ประชุมยังรับทราบการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กรณีสิ่งก่อสร้างไม่กีดขวางทางน้ำ โดยสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสงขลา รายงานว่า ปัจจุบันจังหวัดสงขลามีผังเมืองรวมที่ยังมีผลบังคับใช้ตามกฎหมาย 5 ผัง ได้แก่ ผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา ผังเมืองรวมชุมชนระโนด ผังเมืองรวมชุมชนกำแพงเพชร–นาสีทอง ผังเมืองรวมชุมชนพะตง–พังลา และผังเมืองรวมชุมชนบ้านประกอบ ขณะเดียวกันมีผังเมืองที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงและดำเนินการตาม พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ. 2562 อีกหลายพื้นที่ เช่น ผังเมืองรวมเมืองหาดใหญ่ (ปรับปรุงครั้งที่ 3) ร่างผังเมืองรวมเมืองสงขลา และผังเมืองรวมชุมชนท่าเรือน้ำลึกสงขลา รวมถึงผังเมืองใหม่ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา ซึ่งอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีและประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้ การแก้ไขผังเมืองเฉพาะบริเวณสามารถดำเนินการได้ตามมาตรา 35 เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และประโยชน์สาธารณะ
ด้านพลังงาน สำนักงานพลังงานจังหวัดสงขลา รายงานว่า จังหวัดมีการเฝ้าติดตามคลังน้ำมันหลัก 2 แห่ง ได้แก่ คลัง ปตท. และคลังร่วม (บางจาก–เชลล์) โดยมีปริมาณสำรองสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดไว้วันละ 1.5 ล้านลิตร ปัจจุบันคลัง ปตท. สำรองประมาณ 25 ล้านลิตร และคลังร่วมประมาณ 30 ล้านลิตร ขณะที่การใช้เฉลี่ยอยู่ที่กว่า 3 ล้านลิตรต่อวัน พร้อมเฝ้าระวังการลักลอบนำเข้าน้ำมันตามแนวชายแดน โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินที่ประเทศมาเลเซียมีราคาถูกกว่าไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคใต้ ยังได้รายงานมาตรการช่วยเหลือทางการเงินเพื่อบรรเทาปัญหาหนี้สินและเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ ทั้งโครงการ “ปิดหนี้ไวไปต่อได้” สำหรับลูกหนี้ NPL การปรับโครงสร้างหนี้ผ่านบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท (SAM) รวมถึงโครงการ SME Credit Boost และ SME Secure Plus เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น
สำหรับวาระเพื่อพิจารณา ที่ประชุมหารือการจัดเตรียมโครงการของจังหวัดสงขลาเพื่อเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.สัญจร ภายใต้กรอบแนวคิด “เมืองรับมือวิกฤตการณ์และพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน” โดยเน้นโครงการแก้ไขปัญหาอุทกภัย การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชุมชน และโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วงเงินจังหวัดละ 50 ล้านบาท และต้องเป็นโครงการที่พร้อมดำเนินการภายใน 1-2 ปี
ขณะเดียวกัน หอการค้าจังหวัดสงขลาได้เสนอแนวทางเร่งด่วนในการแก้ปัญหาน้ำท่วมเมืองหาดใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่คลองเรียนและคลองหวะ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมระลอกแรก เสนอให้ขุดลอกแก้มลิง ปรับระบบประตูระบายน้ำเป็นรีโมท ติดตั้งเซนเซอร์ตรวจวัดระดับน้ำ สำรวจสิ่งกีดขวางทางน้ำ และเร่งก่อสร้างระบบระบายน้ำช่วงปลายคลองหวะ เพื่อเพิ่มเวลาเตรียมพร้อมให้ประชาชน ลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ และลดความสูญเสียจากอุทกภัยอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือข้อเสนอจากภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจจังหวัดสงขลาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติการบริหารจัดการน้ำ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ