จังหวัดสงขลาขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” มุ่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน เริ่ม Kick off 1 พฤษภาคม นี้ ด้านผู้ว่าฯ เน้นย้ำนายอำเภอบูรณาการทุกภาคส่วนขับเคลื่อนนโยบายกระทรวงมหาดไทยครบทุกมิติ
วันนี้ 30 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น. นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมนายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ และหัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประจำเดือนเมษายน 2569 เพื่อมอบนโยบายและติดตามข้อราชการสำคัญ โดยมีนายจิรวัตร์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นายประทีป อุ่ยเจริญ ปลัดจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายอำเภอทุกอำเภอเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม CEO ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา
ที่ประชุมได้กล่าวถึงการขับเคลื่อนโครงการ “ไทยช่วยไทย” เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยกำหนด Kick off พร้อมกันทั่วประเทศในวันศุกร์ที่ 1 พฤษภาคม เวลา 09.30 น. ครอบคลุมทั้ง 878 อำเภอ และจัดต่อเนื่องทุกวันศุกร์ตลอดเดือนพฤษภาคม (วันที่ 8, 15, 22 และ 29) โดยมอบหมายให้อำเภอรับผิดชอบด้านสถานที่ การประชาสัมพันธ์ และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน ขณะที่พาณิชย์จังหวัดประสานห้างค้าส่งค้าปลีก เช่น Makro, Lotus’s, Big C และ Go Wholesale นำสินค้ากว่า 3,000 รายการ มาจำหน่ายในราคาประหยัด รวมถึงสินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์ชุมชน สำหรับจังหวัดสงขลา กำหนดพื้นที่เป้าหมายหลักในอำเภอเมืองและอำเภอหาดใหญ่ พร้อมแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ในอำเภอสะบ้าย้อยและอำเภอกระแสสินธุ์ โดยประสานห้างค้าปลีกจากพื้นที่ใกล้เคียงนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ยังมีการขับเคลื่อนโครงการ “รถพุ่มพวง” โดยกรมการปกครองเตรียมเปิดให้ลงทะเบียนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างวันที่ 1–7 พฤษภาคม เพื่อกระจายสินค้าสู่ชุมชนอย่างทั่วถึง
ทางด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ได้เน้นย้ำการประชาสัมพันธ์โครงการ “ไทยช่วยไทย” ในทุกอำเภอ เพื่อให้ประชาชนรับทราบข้อมูลอย่างทั่วถึง เข้าถึงสิทธิประโยชน์ อันจะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในระดับพื้นที่ ทั้งยังกำชับเรื่องการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาไฟไหม้ ทั้งไฟไหม้ป่า ไฟไหม้บ่อขยะ และไฟไหม้หญ้าแห้ง โดยให้ประสานความร่วมมือระหว่างท้องที่และท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถระงับเหตุได้อย่างทันท่วงที พร้อมได้สั่งการให้นายอำเภอทุกพื้นที่ทบทวนและปรับปรุงแผนป้องกันอุทกภัย โดยนำบทเรียนจากสถานการณ์ที่ผ่านมาเป็นแนวทาง พร้อมเน้นการซักซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง ในส่วนการช่วยเหลือประชาชน มีการเตรียมแจกจ่ายข้าวสารบริจาคจากประเทศญี่ปุ่นและจีน จำนวน 130 ตัน กระจายไปยังทุกอำเภอ โดยมุ่งช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยและผู้มีรายได้น้อย พร้อมกำชับให้อำเภอเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อส. และภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการลำเลียงและแจกจ่ายอย่างเป็นระบบ
ด้านความมั่นคง ที่ประชุมรายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อน “สงขลาโมเดล” แก้ไขปัญหายาเสพติด โดยดำเนินการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายอายุ 12–65 ปี ใน 10 อำเภอนำร่อง ปัจจุบันมีผู้เข้ารับการคัดกรองแล้วกว่า 4,900 ราย โดยอำเภอจะนะ เทพา และหาดใหญ่ มีผลการดำเนินงานสูงสุด ทั้งนี้กำหนดให้การคัดกรองแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม พร้อมเตรียมรองรับผู้ป่วยอาการรุนแรงจำนวน 100 เตียง และจัดสรรชุดตรวจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอ
ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา รายงานสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 พบเกิดอุบัติเหตุ 37 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 31 ราย และเสียชีวิต 8 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ไม่สวมหมวกนิรภัย ขับรถเร็ว และตัดหน้ากระชั้นชิด นอกจากนี้ ยังมีการเตรียมความพร้อมการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ (C-MEX 26) เพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัยระดับรุนแรง โดยกำหนดฝึกทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คาดมีผู้เข้าร่วมประมาณ 1,000 คน
ที่ประชุมยังขอความร่วมมือทุกอำเภอสนับสนุนงานกาชาดจังหวัดสงขลา ซึ่งกำหนดจัดกิจกรรม “วันรวมน้ำใจช่วยกาชาด” ในวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมกันนี้ ได้รายงานความคืบหน้าการเตรียมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทั้ง 15 อำเภอได้เตรียมสถานที่จัดตั้งซุ้มถวายดอกไม้จันทน์เรียบร้อยแล้ว และกำหนดช่วงเวลาในการประกอบพิธีอย่างเหมาะสม เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมแสดงความอาลัยอย่างสมพระเกียรติ
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ