สงขลาประชุมกรมการจังหวัด ประจำเดือนเมษายน 2569 ติดตามนโยบายภาครัฐ ด้านผู้ว่าฯ เข้มมาตรการประหยัดพลังงาน พร้อมเดินหน้าเตรียม “ครม.สัญจร” มิ.ย.นี้
วันที่ 30 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดสงขลา นายรัฐศาสตร์ ชิดชู ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานการประชุมคณะกรมการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ครั้งที่ 4/2569 ประจำเดือนเมษายน เพื่อติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล กระทรวง และนโยบายจังหวัด ประจำปีงบประมาณ 2569 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
โดยก่อนเริ่มการประชุม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้เป็นประธานมอบรางวัลและประกาศเกียรติคุณแก่ผู้มีผลงานดีเด่น ได้แก่ มอบใบประกาศเกียรติคุณพลเมืองดี ประจำปี 2568 จำนวน 2 ราย มอบเข็มกาชาดเชิดชูเกียรติอาสาสมัครชั้นที่ 3 จำนวน 23 ราย มอบเกียรติบัตรและช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านดีเด่น 14 รางวัล รวมถึงมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีแก่ นพ.เดชา แช่หลี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเทพา ในโอกาสได้รับรางวัลแพทย์ดีเด่นในชนบท ประจำปี 2568 และมอบประกาศนียบัตรแก่อำเภอที่ไม่เกิดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 จำนวน 2 รางวัล
จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เปิดการประชุมโดยได้กล่าวขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมขับเคลื่อนภารกิจของจังหวัด โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ พร้อมระบุว่าในช่วงที่ผ่านมา จังหวัดสงขลามีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่หาดใหญ่และเมืองสงขลา คิดเป็นจำนวนกว่าแสนคน สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 700 ล้านบาท นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญหลังจากสถานการณ์อุทกภัย
ด้านการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ขณะนี้จังหวัดได้ดำเนินการอนุมัติการช่วยเหลือครอบคลุมกว่าแสนครัวเรือนเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงการจ่ายเงินเยียวยาด้านที่อยู่อาศัย ซึ่งได้รับงบประมาณเบื้องต้นจากกรมบัญชีกลางแล้วจำนวน 1,089 ล้านบาท และอยู่ระหว่างรอโอนเพิ่มเติมอีกกว่า 960 ล้านบาท โดยคาดว่าจะสามารถจ่ายเงินให้ครบทุกครัวเรือนภายในต้นเดือนพฤษภาคมนี้
สำหรับการเตรียมการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ณ จังหวัดสงขลา “ครม.สัญจร” ระหว่างวันที่ 8–9 มิถุนายน 2569 จังหวัดได้มีการแต่งตั้งคณะทำงานและดำเนินการเตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว สำหรับกำหนดการ วันที่ 8 มิถุนายน นายกรัฐมนตรีและคณะลงพื้นที่ตรวจราชการใน 6 จังหวัดภาคใต้ และประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ในช่วงบ่าย ส่วนวันที่ 9 มิถุนายน จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ ณ ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ ทั้งนี้ จังหวัดได้เตรียมเสนอประเด็นสำคัญ อาทิ การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมบนทางหลวงหมายเลข 42 ช่วงอำเภอเทพา–จะนะ และการบริหารจัดการน้ำในคลองเรียนและคลองหวะ พร้อมกันนี้ได้กำหนดแนวทางการจัดงานให้เรียบง่าย ประหยัดพลังงาน ใช้อัตลักษณ์ท้องถิ่น ทั้งด้านการแต่งกาย อาหาร และการใช้ยานพาหนะไฟฟ้า (EV) เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
จากนั้น ที่ประชุมได้ติดตามผลการดำเนินงานสำคัญตามนโยบายรัฐบาล โดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาได้เน้นย้ำมาตรการประหยัดพลังงานที่ได้แจ้งให้ทุกหน่วยงานถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด พร้อมกำชับให้หัวหน้าส่วนราชการกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ด้านพลังงานยังคงมีความเปราะบาง ขณะเดียวกัน ในด้านเศรษฐกิจ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันกำกับดูแลสินค้าอุปโภคบริโภคให้มีปริมาณเพียงพอและจำหน่ายในราคาที่เหมาะสมตามที่กำหนด พร้อมทั้งติดตามตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และบูรณาการความร่วมมือเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของประชาชนให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
นอกจากนี้ ที่ประชุมได้กล่าวถึงการจัดกิจกรรม “วันเกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน” ประจำปี 2569 เพื่อรำลึกถึง พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรีและประธานองคมนตรี โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 26 พฤษภาคม ณ สวนประวัติศาสตร์ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เริ่มพิธีตั้งแต่เวลา 07.30 น. เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ในส่วนของสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 สำนักงาน ปภ.จังหวัดสงขลา พบว่าเกิดอุบัติเหตุรวม 37 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 39 ราย และมีผู้เสียชีวิต 8 ราย โดยรถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดถึงร้อยละ 77 สาเหตุหลักมาจากการขับรถเร็ว ตัดหน้ากระชั้นชิด และไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้กำชับให้ทุกพื้นที่สร้างการรับรู้แก่ประชาชนผ่านกลไกผู้นำพื้นที่ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง พร้อมเน้นย้ำหน่วยงานที่ดูแลด้านกายภาพดำเนินการปรับปรุงถนนให้อยู่สภาพที่ปลอดภัย
ด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่ปัจจุบันอยู่ในเกณฑ์ปกติ โดยจังหวัดได้วางแผนบริหารจัดการน้ำเพื่อรองรับภัยแล้งอย่างเป็นระบบ เน้นการสำรองน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและรักษาระบบนิเวศ พร้อมเฝ้าระวังการรุกตัวของน้ำเค็ม และเตรียมเครื่องจักรให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันทีในพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกัน สภาพอากาศในช่วงเดือนพฤษภาคม จังหวัดสงขลาจะเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านจากฤดูร้อนสู่ฤดูฝน โดยคาดว่าปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นในช่วงกลางถึงปลายเดือน โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลชายฝั่ง เช่น อำเภอหาดใหญ่ สะเดา และคลองหอยโข่ง อุณหภูมิจะอยู่ระหว่าง 25–36 องศาเซลเซียส อย่างไรก็ตาม ปริมาณฝนสะสมตั้งแต่ต้นปียังต่ำกว่าค่าเฉลี่ย และมีแนวโน้มเข้าสู่ปรากฏการณ์เอลนีโญในช่วงกลางปี จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้ จังหวัดสงขลายังได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนหน่วยงานเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 เวลา 19.00 น. ณ พระบรมมหาราชวัง กรุงเทพมหานคร อีกด้วย
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา // ข่าว-ภาพ